
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยยืนยันว่า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีความพร้อมรองรับการขยายตัวของพลังงานแสงอาทิตย์ภาคประชาชน
นายพลพีร์ กล่าวว่า ประชาชนที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสามารถเลือกผู้ให้บริการได้ด้วยตนเอง ไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องใช้บริการของการไฟฟ้าเพียงแห่งเดียว โดยปัจจุบันมีผู้ให้บริการเอกชนในระบบประมาณ 2,500 บริษัท ซึ่งผ่านการพิจารณาคุณสมบัติทั้งด้านประสบการณ์ บุคลากร ใบอนุญาต และมาตรฐานการดำเนินงาน
สำหรับข้อกังวลด้านความสามารถของระบบไฟฟ้าในการรองรับการผลิตไฟฟ้าจากภาคประชาชน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า โครงข่ายไฟฟ้าปัจจุบันสามารถรองรับการส่งไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 เท่าของปริมาณที่ให้บริการอยู่
พร้อมเปิดเผยว่า กฟน. และ กฟภ. เตรียมลงทุนพัฒนาระบบ Smart Grid ทั่วประเทศ โดย กฟน. ใช้งบประมาณราว 3,000 ล้านบาท และ กฟภ. ประมาณ 10,000 ล้านบาท รวมถึงการติดตั้งระบบแบตเตอรี่เพื่อรองรับการขายไฟคืนจากประชาชน และป้องกันปัญหาไฟฟ้าย้อนกลับเข้าสู่ระบบ
นายพลพีร์ ย้ำว่า การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะจะเป็นกลไกสำคัญในการรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาด และสนับสนุนเป้าหมายการสร้างระบบพลังงานที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว
#พลพีร์สุวรรณฉวี #กระทรวงมหาดไทย #กฟน #กฟภ #SmartGrid #SolarRooftop #พลังงานสะอาด #เศรษฐกิจไทย #TheNewsroom
