
นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบต่อวินัยการคลังของประเทศ
นายกรณ์ กล่าวว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่การพิจารณาว่าการกู้เงินมีความเหมาะสมหรือไม่ เป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณา
พร้อมตั้ง 4 คำถามสำคัญ ได้แก่ ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตจริงหรือไม่ การกู้เงินสามารถแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้หรือไม่ ความเร่งด่วนเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อวินัยการคลังและหนี้สาธารณะอย่างไร
นายกรณ์ ระบุว่า วิกฤตเศรษฐกิจในอดีต เช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตโควิด มีเหตุการณ์ฉุกเฉินชัดเจน ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันเป็นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการใช้ พ.ร.ก.กู้เงินอาจลดขั้นตอนการตรวจสอบเมื่อเทียบกับกระบวนการงบประมาณปกติ
นายกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีทั้ง GDP เติบโตต่ำ ปัญหาดุลการค้า รายได้ประชาชน และต้นทุนพลังงาน โดยมองว่าการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือระยะสั้นอาจไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้
นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลว่าการกู้เงินเพิ่มเติมอาจทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น โดยหากรวมภาระเงินกู้ต่าง ๆ อาจส่งผลให้หนี้สาธารณะทะลุระดับ 70% ของ GDP และจำกัดพื้นที่ทางการคลังของรัฐบาลในอนาคต
นายกรณ์ ย้ำว่า การพิจารณาของสภาฯ ต้องคำนึงถึงความถูกต้องและประโยชน์สูงสุดของประชาชน พร้อมระบุว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ไม่ใช่แนวทางที่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ จึงไม่เห็นชอบต่อร่างดังกล่าว
#กรณ์จาติกวณิช #พรรคประชาธิปัตย์ #พรรคร่วมฝ่ายค้าน #พรกกู้เงิน400000ล้าน #เศรษฐกิจไทย #หนี้สาธารณะ #สภาผู้แทนราษฎร #TheNewsroom
