
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิปรายชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นของพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าไม่ใช่การตีเช็คเปล่า แต่เป็นเครื่องมือเพื่อรับมือความเสี่ยงด้านพลังงานและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างในการอภิปราย พร้อมนำข้อมูลเศรษฐกิจมาใช้ประกอบการชี้แจง โดยเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความเปราะบางจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น เงินเฟ้อ และผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รมว.คลัง ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากอดีต เนื่องจากไม่ได้เริ่มจากเศรษฐกิจหดตัว แต่เกิดจากวิกฤตพลังงานที่อาจลุกลามเป็นปัญหาเศรษฐกิจ หากไม่เร่งดำเนินการ โดยราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยยังมีความเปราะบางจากการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานชีวมวล ชีวภาพ เอทานอล น้ำมันปาล์ม และพลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก
สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท มีเป้าหมายหลัก 2 ด้าน ได้แก่ ช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมถึงพัฒนาทักษะและนวัตกรรม
นายเอกนิติ ย้ำว่า โครงการช่วยเหลือประชาชนถูกออกแบบเพื่อบรรเทาค่าครองชีพ ไม่ใช่เพียงกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น พร้อมเตรียมนำ AI มาช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ธุรกิจ เพิ่มช่องทางขายออนไลน์ และสร้างรายได้ในระยะยาว
ส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 400,000 ล้านบาทจะทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นในการเร่งปรับระบบพลังงานของประเทศ ควบคู่กับมาตรการสนับสนุน เช่น Direct PPA การเปิดใช้โครงข่ายไฟฟ้าร่วมกับภาคเอกชน และการพัฒนา Smart Grid เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของไทย
#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #กระทรวงการคลัง #รัฐบาลไทย #พรกกู้เงิน400000ล้าน #วิกฤตพลังงาน #เปลี่ยนผ่านพลังงาน #เศรษฐกิจไทย #TheNewsroom
