ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางวัคซีนอาเซียน อย. รับรอง HPV 9 สายพันธุ์-Botulinum Antitoxin ลดพึ่งพานำเข้า

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตวัคซีนของประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานเพื่อความมั่นคงด้านวัคซีนระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข

ความสำเร็จสำคัญ ได้แก่ การขึ้นทะเบียนตำรับยา วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) ชนิด 9 สายพันธุ์ และผลิตภัณฑ์ Botulinum Antitoxin โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านวัคซีนและชีววัตถุของไทย

สำหรับวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ เกิดจากความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสถาบันวัคซีนแห่งชาติและบริษัท INNOVAX ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตช่วงปี 2567–2569 ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการจัดหาวัคซีนสำหรับเด็กไทย โดยที่ผ่านมาไทยสามารถจัดหาวัคซีน HPV ได้อย่างต่อเนื่อง รองรับเด็กที่มีสิทธิ์เข้าถึงวัคซีนประมาณ 1.2 ล้านคน

ขณะที่ Botulinum Antitoxin ซึ่งพัฒนาร่วมกับสถานเสาวภา สภากาชาดไทย สามารถผลิตชนิด Bivalent (AB) ได้เองเป็นครั้งแรกของไทยและอาเซียน ลดการพึ่งพาการนำเข้า เพิ่มความพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉิน และต่อยอดสู่การเป็นศูนย์สำรอง Botulinum Antitoxin ระดับภูมิภาคในอนาคต

รัฐบาลระบุว่า การพัฒนาวัคซีนดังกล่าวสะท้อนความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมไทย โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติทำหน้าที่สนับสนุนการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบวัคซีนที่มั่นคง รองรับทั้งภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน

#อนุทินชาญวีรกูล #วัคซีนไทย #HPV9สายพันธุ์ #BotulinumAntitoxin #สถาบันวัคซีนแห่งชาติ #กระทรวงสาธารณสุข #ความมั่นคงด้านวัคซีน #TheNewsroom