
รัฐบาลเร่งเครื่องบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มไหลลงสู่ภาคกลางมากขึ้น สั่งทุกหน่วยงานจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมผนึกกำลัง 9 จังหวัดภาคกลางและปริมณฑล เตรียมแผนรับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
ที่สำนักงานชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การประชุมครั้งนี้มุ่งยกระดับการทำงานจาก “การติดตามสถานการณ์” ไปสู่ “การเตรียมพร้อมเชิงรุก” โดยเฉพาะการรับมือมวลน้ำจากภาคเหนือที่อาจส่งผลต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รวมถึงการวางระบบบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในระยะต่อไป เพื่อให้สามารถบริหารทั้งช่วงน้ำมากและช่วงน้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ประชุมรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งตามกลุ่มลุ่มน้ำภาคกลาง เพื่อวางกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง จังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่ให้เป็นระบบเดียวกัน ลดช่องว่างในการประสานงาน และเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้รายงานสถานการณ์น้ำล่าสุด รวมถึงแนวโน้มและการคาดการณ์ปริมาณน้ำ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการในช่วงต่อจากนี้
นอกจากนี้ ผู้แทนจาก 9 จังหวัดและพื้นที่สำคัญในลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมนำเสนอแผนเตรียมความพร้อมและมาตรการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ที่ประชุมยังเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดและทุกหน่วยงานเตรียมกำลังคน เครื่องมือ และระบบเฝ้าระวังให้พร้อม โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง น้ำล้นตลิ่ง จุดเปราะบาง และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ พร้อมกำชับให้การสื่อสารข้อมูลถึงประชาชนต้องรวดเร็ว ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์
เป้าหมายสำคัญคือทำให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่การติดตามมวลน้ำเหนือ การควบคุมและระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไปจนถึงการเตรียมพร้อมของจังหวัดปลายน้ำ เพื่อให้สามารถลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้มากที่สุด
รัฐบาลย้ำว่า การรับมือสถานการณ์น้ำในปีนี้จะต้องไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้ไข แต่ทุกหน่วยงานต้องเห็นข้อมูลเดียวกัน เตรียมแผนล่วงหน้า และสามารถประสานการทำงานได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาจะได้รับการดูแลอย่างเต็มกำลังทั้งในช่วงน้ำหลากและช่วงที่ต้องสำรองน้ำเพื่อรับมือภัยแล้ง
#สุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล#เขื่อนเจ้าพระยา#ลุ่มน้ำเจ้าพระยา#รับมือมวลน้ำเหนือ#น้ำท่วม
