
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ลงพื้นที่ตรวจเต็นท์รถยนต์ใช้แล้วและรถยนต์ไฟฟ้าใช้แล้ว ย่านรัชดาภิเษก–ท่าพระ พร้อมหลายหน่วยงาน เดินหน้าคุมเข้มการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเน้น 3 จุดสำคัญคือ ฉลากบนตัวรถ หลักฐานการรับเงิน และสัญญาซื้อขาย
สคบ. ระบุปัญหาร้องเรียนหลัก ได้แก่ จ่ายมัดจำแล้วคืนไม่ได้ กรอเลขไมล์ และข้อมูลรถไม่ตรงเล่มทะเบียนจนโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ โดยกฎหมายกำหนดให้รถมือสองต้องแสดงข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน ทั้งเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ระยะทางที่ใช้ ประวัติชน ไฟไหม้ น้ำท่วม ภาระผูกพัน ราคา และเงื่อนไขรับประกัน ส่วนรถ EV มือสองต้องเพิ่มข้อมูลมอเตอร์ แบตเตอรี่ และการรับประกันแบตเตอรี่
ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ 4 กรณี ได้แก่ ร้านขึ้นราคาจากที่ตกลง ไม่ส่งมอบรถตามกำหนด รถที่ส่งมอบมีรายละเอียดไม่ตรงสัญญาหรือเลขไมล์ไม่ตรง และไม่สามารถโอนทะเบียนเป็นชื่อผู้ซื้อได้ โดยร้านต้องคืนเงินและสิ่งที่รับไว้ทั้งหมดภายใน 15 วัน
หากไม่มีฉลากหรือแสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนการไม่จัดทำหรือไม่ส่งมอบหลักฐานรับเงินและสัญญา มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท
นางสาวศุภมาสย้ำว่า สคบ. จะตรวจต่อเนื่องถึงหน้าร้าน โดยเฉพาะกรณี กรอไมล์ ปกปิดประวัติรถ หรือทำสัญญาไม่เป็นธรรม หากไม่ได้รับความเป็นธรรมร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1166
#ศุภมาสอิศรภักดี #สคบ #รถมือสอง #รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง #คุ้มครองผู้บริโภค #กรอไมล์ #OCPB #TheNewsroom
