
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า GDP ไทยไตรมาส 2/2569 ที่ขยายตัว 1.9% แม้ยังไม่ใช่ระดับที่น่าพอใจ แต่หลายตัวเลขสำคัญกำลังส่งสัญญาณเชิงบวก โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตถึง 13.4% สูงสุดในรอบ 11 ปี และขยายตัวระดับสองหลักต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง
การลงทุนจริงของภาคเอกชนในไตรมาส 2 อยู่ที่ราว 2.55 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรม S-Curve ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ AI พลังงานสะอาด และเกษตรแปรรูป ซึ่ง ดร.เอกนิติ มองว่าส่วนหนึ่งมาจาก Thailand Fast Pass ของ BOI ที่ช่วยเร่งให้เม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น
ด้านการส่งออกสินค้าและบริการยังขยายตัว 12.5% ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก และทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ของไทย
สำหรับแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าครองชีพ รัฐบาลยังเดินหน้ามาตรการประคองกำลังซื้อ พร้อมพิจารณา “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 จากผลโครงการระยะแรกและกรอบงบประมาณ ขณะเดียวกันเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดกว่า 2 แสนล้านบาท เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าและเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว
ดร.เอกนิติย้ำว่า ไทยกำลังขยับเข้าสู่ New Economy และมีโอกาสก้าวเป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเป้าหมายต่อจากนี้คือประคองเศรษฐกิจผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนเร่งเครื่องสู่การเติบโตเต็มศักยภาพ
#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #กระทรวงการคลัง #GDPไทย #ThailandFastPass #BOI #NewEconomy #การลงทุน #เศรษฐกิจไทย #TheNewsroom
