
ททท. เดินหน้าปรับทิศทางการท่องเที่ยวไทย จากการวัดความสำเร็จด้วย “จำนวนนักท่องเที่ยว” สู่ “Visitor Economy” ระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากผู้มาเยือน โดยมุ่งเปลี่ยนทุนท้องถิ่น ทั้งวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต ธรรมชาติ และภูมิปัญญา ให้เป็น “ประสบการณ์ที่มีมูลค่า” ตรงกับความต้องการของตลาด และสร้างรายได้กลับคืนสู่พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางดังกล่าวสะท้อนจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งแรกของปี 2569 ที่มี รองนายกรัฐมนตรีศุภจี สุธรรมพันธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมขับเคลื่อน โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ ชุมชน การตลาด และเทคโนโลยี
ททท. พัฒนา “Visitor Economy Walk & Talk Lab” เป็นห้องปฏิบัติการภาคสนาม 4 ขั้นตอน ตั้งแต่สำรวจอัตลักษณ์และเรื่องเล่าของพื้นที่ ออกแบบสินค้าและระบบรายได้ ใช้ Agentic AI วิเคราะห์ตลาด พฤติกรรมนักท่องเที่ยว เส้นทาง จุดคุ้มทุน และคาร์บอน ไปจนถึงการทดลองขายกับนักท่องเที่ยวจริง เพื่อวัดผลและพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาด
การเติบโตจะอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ Carrying Capacity รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม, Carbon Neutral Pathway ลดคาร์บอนตั้งแต่ต้นทาง และ Community Income Distribution กระจายรายได้อย่างเป็นธรรมสู่ชุมชน ผู้ผลิต มัคคุเทศก์ และ Local Hosts
ททท. เตรียมนำร่องแนวคิด “1 พื้นที่ 1 โจทย์ 1 ต้นแบบ” ภายใน 30–90 วัน ร่วมกับ ATTA สมาคมท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว และ TSRI ตั้งแต่วิเคราะห์ตลาด ออกแบบสินค้า ทดลองขาย และประเมินผล ตั้งเป้าพัฒนาต้นแบบอย่างน้อย 1–2 โมเดล พร้อม Toolkit เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น
Visitor Economy จึงไม่ใช่แค่การค้นหาของดี แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ให้ทุนท้องถิ่นกลายเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ขายได้จริง วัดผลได้ กระจายรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
#VisitorEconomy #AmazingThailand #VisitorEconomyWalkAndTalkLab #ททท #ท่องเที่ยวไทย #เศรษฐกิจการท่องเที่ยว #TheNewsroom
