
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกกลุ่ม และปรับปรุงระบบบริการให้รองรับความหลากหลาย ภายหลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม
กฎหมายดังกล่าวปรับนิยามจาก “ชายและหญิง” เป็น “บุคคลสองคน” ทำให้บุคคลทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเสมอภาค
นางสาวพลอยทะเลระบุว่า คู่สมรสทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสถูกต้อง สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ได้แก่ เงินสงเคราะห์กรณีตาย ค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ
กรณีเงินสงเคราะห์กรณีตาย หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ จะจ่ายให้บุคคลดังกล่าว แต่หากไม่ได้ระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามลำดับ ได้แก่ คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้อง บิดาและมารดา และบุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย
ส่วนค่าทำศพ คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับเงินค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยจ่ายในอัตราเหมาจ่าย 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับเงินบำเหน็จชราภาพ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่เสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ ซึ่งแบ่งตามสัดส่วนให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย คู่สมรสที่จดทะเบียน บิดามารดา และบุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้
รองโฆษกฯ ย้ำว่า ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวกทั่วประเทศ พร้อมขอให้ผู้ประกันตนตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตนให้ครบถ้วน
#พลอยทะเลลักษมีแสงจันทร์ #รัฐบาล #ประกันสังคม #สมรสเท่าเทียม #ผู้ประกันตน #สิทธิประกันสังคม #คู่สมรสทุกเพศ #TheNewsroom
