
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ว่า กระทรวงคมนาคมเร่งเดินหน้านโยบายค่าโดยสารร่วม 17–45 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี
หลักการสำคัญคือ ค่าโดยสารเริ่มต้น 17 บาท และสูงสุดไม่เกิน 45 บาท โดยผู้โดยสารที่เดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายสายจะไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำ ช่วยลดภาระค่าเดินทางและสนับสนุนให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการรถไฟฟ้าทุกราย เพื่อกำหนดวิธีคำนวณค่าโดยสารข้ามระบบ การจัดสรรรายได้ และหลักเกณฑ์การชดเชยกรณีค่าโดยสารปกติสูงกว่า 45 บาท โดยยืนยันว่าจะไม่กระทบสัญญาสัมปทาน และไม่มีนโยบายซื้อคืนสัมปทาน
นายสิริพงศ์ระบุว่า กระทรวงตั้งเป้าให้กระบวนการสำคัญแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนทดลองระบบในเดือนธันวาคม และเปิดให้บริการจริงวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องมีประมาณ 16 ฉบับ ผ่านความเห็นชอบในหลักการแล้วราว 10 ฉบับ
อีกกลไกสำคัญคือการจัดตั้ง Clearing House เพื่อบริหารข้อมูลและการชำระบัญชีระหว่างระบบรถไฟฟ้า โดยจะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อคัดเลือกหน่วยงานที่เหมาะสม เบื้องต้นธนาคารกรุงไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือก เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านระบบ EMV และระบบชำระเงินขนส่งมวลชน
สำหรับงบประมาณชดเชย เบื้องต้นประเมินไว้ประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าคุ้มค่ากว่าการซื้อคืนสัมปทานทั้งระบบที่อาจต้องใช้งบประมาณราว 200,000 ล้านบาท
ผู้ได้รับสิทธิในระยะแรกจะเป็นประชาชนไทย โดยอาจใช้บัตร EMV ยืนยันตัวตนและไม่ต้องลงทะเบียนซับซ้อน ระบบอาจให้จ่ายค่าโดยสารเต็มจำนวนก่อน แล้วคำนวณสิทธิและคืนส่วนต่างภายหลังผ่าน Clearing House
กระทรวงคมนาคมคาดว่านโยบายนี้อาจช่วยเพิ่มผู้โดยสารรถไฟฟ้ามากกว่า 30% โดยมีเป้าหมายลดภาระประชาชน เพิ่มการใช้ขนส่งสาธารณะ และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการ
#สิริพงศ์อังคสกุลเกียรติ #พิพัฒน์รัชกิจประการ #กระทรวงคมนาคม #ตั๋วร่วม #รถไฟฟ้า #ค่าโดยสาร17ถึง45บาท #ขนส่งสาธารณะ #TheNewsroom
