เที่ยวไทยบทใหม่ ไม่แข่งแค่จำนวน แต่สร้างคุณค่าให้คนพื้นที่และเศรษฐกิจ

การท่องเที่ยวไทยกำลังเดินมาถึงจุดที่คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ปีนี้เราจะมีนักท่องเที่ยวกี่ล้านคน” แต่คือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาได้สร้างคุณค่าอะไรไว้กับประเทศไทยบ้าง
คุณค่าต่อเศรษฐกิจ คุณค่าต่อชุมชน คุณค่าต่อผู้ประกอบการ และที่สำคัญคือ คุณค่าที่สามารถส่งต่อไปถึงอนาคตได้
ทิศทางนี้เห็นชัดขึ้นจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยวางโจทย์ของการท่องเที่ยวไทยระยะต่อไปไว้ที่การสร้าง “คุณค่า” มากกว่าปริมาณ
น่าสนใจว่า ครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงการตลาดหรือการดึงนักท่องเที่ยวเพียงด้านเดียว แต่กำลังมองลึกลงไปถึง “โครงสร้าง” ของอุตสาหกรรม ตั้งแต่คุณภาพที่พัก ความปลอดภัยของกิจกรรมท่องเที่ยว การจัดระเบียบผู้ประกอบการ ไปจนถึงการบริหารพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
หนึ่งในเรื่องสำคัญคือการยกระดับมาตรฐานที่พัก โดยเตรียมปรับมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยให้รองรับที่พักไม่เกิน 8 ห้อง ผู้เข้าพักไม่เกิน 30 คน พร้อมขยายมาตรฐานไปยังรูปแบบการเดินทางที่กำลังเติบโตอย่าง Camping, Glamping และรถบ้าน รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของกิจกรรมแคนูและคายัค
อีกด้านหนึ่งคือความพยายามนำที่พักนอกระบบกลับเข้าสู่ระบบอย่างเหมาะสม ผ่านการทบทวนกฎหมายตามระดับความเสี่ยง และใช้มาตรฐาน Home Lodge หรือโฮมสเตย์ไทยเป็นเครื่องมือ
นี่เป็นรายละเอียดที่ดูเหมือนเล็ก แต่มีความหมายมาก เพราะการท่องเที่ยวคุณภาพไม่ได้เริ่มต้นจากแคมเปญใหญ่ ๆ หากเริ่มตั้งแต่นักท่องเที่ยวเปิดประตูห้องพัก แล้วรู้สึกว่า สถานที่แห่งนี้มีมาตรฐาน ปลอดภัย และไว้ใจได้
ขณะเดียวกัน ท.ท.ช. ยังพิจารณาหลักการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งหากจะเดินหน้าต่อ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เก็บหรือไม่เก็บ” แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า รายได้ที่เกิดขึ้นจะกลับมาสร้างคุณค่าให้ระบบการท่องเที่ยวไทยอย่างไร
ส่วนมิติของพื้นที่ มีการผลักดันแผนยุทธศาสตร์พื้นที่พิเศษของ อพท. ทั้ง หมู่เกาะช้าง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เชียงราย และคุ้งบางกะเจ้า ให้เชื่อมโยงกับนโยบายและการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบ
รวมถึงการผลักดัน สุโขทัย–ศรีสัชนาลัย–กำแพงเพชร ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบของการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เพราะท้ายที่สุด “มรดกโลก” ไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะสถานที่ที่เราต้องพาคนไปให้มากที่สุด แต่คือพื้นที่ที่ต้องหาสมดุลระหว่าง การอนุรักษ์ การสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ในพื้นที่
นี่จึงเป็นภาพของการท่องเที่ยวไทยที่กำลังขยับจากการนับ “จำนวนคน” ไปสู่การออกแบบ “คุณค่าของการเดินทาง”
นักท่องเที่ยวอาจยังเป็นตัวเลขสำคัญ แต่ไม่ใช่ตัวเลขเพียงชุดเดียวที่ควรใช้วัดความสำเร็จอีกต่อไป
เพราะการท่องเที่ยวที่แข็งแรงจริง ไม่ได้หมายถึงการมีคนเดินทางเข้ามามากที่สุดในวันนี้
แต่คือการทำให้ทุกการเดินทางสร้างรายได้ให้คนไทย สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ รักษาคุณค่าของพื้นที่ และทำให้ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายที่น่าเดินทางมาเยือนต่อไปในวันข้างหน้า
จาก Volume สู่ Value อาจเป็นการเปลี่ยนคำเพียงไม่กี่คำ แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดของการท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ

นักวิชาการอิสระ
ณิชาภา อภิญญานนท์

#ท่องเที่ยวไทย #TourismThailand #AmazingThailand #ValueOverVolume #ท่องเที่ยวคุณภาพ #เศรษฐกิจการท่องเที่ยว #ความปลอดภัย #ชุมชนท่องเที่ยว #การท่องเที่ยวยั่งยืน #ประเทศไทย