
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินหน้าผลักดันนโยบาย “ผ่าตัดโครงสร้างค่าไฟฟ้า” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน หลังตรวจสอบพบต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ หรือไฟถนน แฝงอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานมานานกว่า 30 ปี
ล่าสุดมีการประกาศปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าลง 6 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 3.89 บาทต่อหน่วย โดยจะเริ่มมีผลในรอบบิลเดือนกันยายน 2569
นายเอกนัฏระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะถูกนำไปรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านเรือนมาอย่างยาวนาน โดยต้นทุนส่วนนี้มีมูลค่าประมาณปีละ 18,000 ล้านบาท จึงต้องแยกภาระดังกล่าวออกมาให้ชัดเจน เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน
คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เห็นชอบให้แยกต้นทุนค่าไฟสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟ และนำวงเงินประมาณ 18,000 ล้านบาทไปจัดสรรใหม่ โดย 15,000 ล้านบาท จะใช้ชดเชยเพื่อลดค่าไฟฟ้าในส่วน 200 หน่วยแรก ให้เหลือไม่เกินหน่วยละ 3 บาท สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์
ส่วนวงเงินที่เหลือจะนำมาคำนวณเป็นส่วนลดเพิ่มเติมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วยขึ้นไป ขณะที่อัตราค่าไฟในช่วง 201–400 หน่วย และเกิน 401 หน่วยขึ้นไปยังคงเดิม หลังตัดต้นทุนค่าไฟสาธารณะออกจากระบบแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีการขยายนิยามให้ครอบคลุมบ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน เพื่อให้ใช้อัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือค่าไฟ
นายเอกนัฏย้ำว่า เป้าหมายหลักคือการลดภาระประชาชนโดยตรง ผ่านการบริหารจัดการงบประมาณภายในระบบพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่เพิ่มภาระให้ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น
#เอกนัฏพร้อมพันธุ์ #กระทรวงพลังงาน #ค่าไฟฟ้า #ลดค่าไฟ #ค่าไฟถนน #กพช #ค่าครองชีพ #พลังงานไทย #TheNewsroom
