ท่องเที่ยวไทย รับโจทย์ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นจีน ย้ำ Safety & Confidence ต้องสร้างก่อนเกิดวิกฤต

ช่วงนี้ หากติดตามกระแสบนโซเชียลจีน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านความเชื่อมั่น
ทั้งข่าวนักท่องเที่ยวจีนสูญหาย ประเด็นเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดน และเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถูกนำมาเชื่อมโยงกันจนเริ่มสร้างภาพจำว่า “ประเทศไทยไม่ปลอดภัย”
ความกังวลเหล่านี้ต้องรับฟัง
แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น คือการนำกระแสที่เกิดขึ้นวันนี้ไปสรุปว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพิ่งตื่นตัวเรื่องความปลอดภัย หรือเพิ่งเริ่มสร้างความเชื่อมั่นหลังเกิดข่าว
เพราะข้อเท็จจริงไม่ใช่เช่นนั้น
เรื่อง Safety & Confidence ถูกวางเป็นโจทย์สำคัญของการท่องเที่ยวไทยมาก่อนหน้ากระแสข่าวรอบนี้แล้ว
และตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องพูดให้เป็นธรรมกับกระทรวง
เพราะการบริหารนโยบายที่ดีไม่ได้วัดกันเพียงว่า เมื่อเกิดเหตุแล้วออกมาแถลงเร็วแค่ไหน แต่ต้องดูด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุได้เตรียมระบบอะไรไว้รองรับบ้าง
ที่ผ่านมา กระทรวงเดินหน้าทั้งเรื่องการดูแลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การประสานงานเมื่อเกิดเหตุ การเชื่อมการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
นั่นหมายความว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่ได้เริ่มต้นจาก “การแก้ข่าว”
แต่เริ่มต้นจาก “การสร้างระบบ”
และสองเรื่องนี้ต่างกันมาก
อีกเรื่องที่ต้องแยกให้ออกอย่างเป็นธรรม คือ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่หน่วยงานความมั่นคง
เมื่อเกิดคดีอาญา ตำรวจต้องดำเนินการ
เมื่อเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ฝ่ายความมั่นคงต้องจัดการ
เมื่อเกี่ยวข้องกับชายแดน ต้องอาศัยหลายหน่วยงาน
เมื่อเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ก็ต้องมีการประสานกับประเทศต้นทาง
เราไม่สามารถนำทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วโยนความรับผิดชอบทั้งหมดมาไว้ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพียงเพราะผู้ได้รับผลกระทบเป็นนักท่องเที่ยว
นั่นไม่ใช่การประเมินนโยบายที่เป็นธรรม และไม่ตรงกับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของรัฐ
สิ่งที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องรับผิดชอบ คือเมื่อเกิดเหตุแล้ว นักท่องเที่ยวได้รับการดูแลหรือไม่ ระบบช่วยเหลือทำงานหรือไม่ การประสานหน่วยงานเกิดขึ้นหรือไม่ และประเทศไทยสามารถรักษาความเชื่อมั่นของตลาดได้อย่างไร
นี่ต่างหากคือโจทย์ของกระทรวง
เพราะสำหรับนักท่องเที่ยว เขาไม่ได้สนใจว่าเรื่องหนึ่งอยู่ในอำนาจของกรมไหน กระทรวงใด หรือหน่วยงานความมั่นคงใด
เขาสนใจเพียงว่า
“ถ้าฉันมาประเทศไทย ฉันจะได้รับการดูแลหรือไม่”
และนี่คือเหตุผลที่กระทรวงต้องผลักดัน Safety & Confidence ในระดับระบบมาตั้งแต่ก่อนเกิดกระแสครั้งนี้
เพราะโลกการท่องเที่ยววันนี้แข่งขันกันมากกว่าการทำ Promotion
Promotion ทำให้คน อยากมา
แต่ Confidence ทำให้คน กล้าตัดสินใจมา
โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม สิงคโปร์ และจุดหมายปลายทางอีกจำนวนมาก
ความปลอดภัยจึงไม่ใช่เรื่องประกอบของการท่องเที่ยว แต่เป็น Competitiveness ของประเทศ
ดังนั้น หากจะวิจารณ์กระทรวงการท่องเที่ยวฯ วันนี้ ก็ควรวิจารณ์บนข้อเท็จจริงและขอบเขตอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่นำเหตุอาชญากรรมทุกเหตุ เหตุความรุนแรงทุกครั้ง หรือปัญหาข้ามชาติทั้งหมด มาสรุปว่ากระทรวง “ไม่ทำอะไร”
เพราะนอกจากจะไม่เป็นธรรมแล้ว ยังทำให้เรามองข้ามงานสำคัญที่รัฐต้องทำจริง ๆ นั่นคือการสร้างระบบที่เชื่อมการป้องกัน การช่วยเหลือ การประสานงาน และการสื่อสารความเชื่อมั่นเข้าด้วยกัน
ไม่มีประเทศท่องเที่ยวใดในโลกสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีอาชญากรรม ไม่มีอุบัติเหตุ หรือไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
สิ่งที่ประเทศท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานทำได้ คือเตรียมระบบให้พร้อมก่อนเกิดเหตุ และเมื่อเกิดเหตุแล้วต้องรับมือให้เร็วที่สุด
ตรงนี้ต่างหากที่ควรใช้เป็นมาตรวัด
และเมื่อมองจากทิศทางที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ วางเรื่อง Safety & Confidence มาก่อนกระแสข่าวรอบนี้ อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นว่า กระทรวงไม่ได้รอให้เกิดวิกฤตแล้วจึงค่อยคิดเรื่องความปลอดภัย
วันนี้จึงไม่ใช่เวลาที่จะถามว่า
“ทำไมเพิ่งคิดเรื่อง Safety?”
เพราะคำถามนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
คำถามที่ควรถามมากกว่าคือ
จากระบบที่วางไว้แล้ว เราจะทำให้เข้มแข็งขึ้น เร็วขึ้น และเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นได้มากขึ้นอย่างไร
เพราะข่าวร้ายอาจเกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ
แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่าง คือประเทศนั้นเตรียมตัวอย่างไร และดูแลผู้มาเยือนอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ
และอย่างน้อยในเรื่องนี้ ต้องให้เครดิตกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างตรงไปตรงมาว่า
เขาไม่ได้เพิ่งเริ่มคิดเรื่อง Safety & Confidence ในวันที่ข่าวกลายเป็นกระแส
แต่เลือกวางเรื่องนี้ไว้ในทิศทางการท่องเที่ยวไทยมาก่อนแล้ว
สิ่งที่ต้องทำจากวันนี้ จึงไม่ใช่การเริ่มนับหนึ่งใหม่
แต่คือการเดินหน้าสิ่งที่วางไว้ให้เร็วขึ้น เข้มข้นขึ้น และทำให้ความปลอดภัยกับความเชื่อมั่นกลายเป็นจุดแข็งของการท่องเที่ยวไทยให้ได้

นักวิชาการอิสระ
ณิชาภา อภิญญานนท์

#ททท #AmazingThailand #ท่องเที่ยวไทย #SafetyAndConfidence #ความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว #นักท่องเที่ยวจีน #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การท่องเที่ยวไทย #ThailandTourism #ความปลอดภัย #TheNewsroom