
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนางอัสตริด เอมีเลีย เฮลเล เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะเพื่ออำลาในโอกาสครบวาระการดำรงตำแหน่ง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยและนอร์เวย์ยืนยันความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของกันและกัน พร้อมต่อยอดความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานกว่า 120 ปี โดยนอร์เวย์เป็นมิตรประเทศสำคัญของไทยในยุโรป และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศนอร์ดิก
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับนอร์เวย์ และต้องการต่อยอดไปสู่การค้า การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทย และสร้างงานทักษะสูงให้คนไทย
ด้านเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ชื่นชมพัฒนาการของประเทศไทย โดยเห็นว่าเสถียรภาพทางการเมืองและทิศทางนโยบายที่ชัดเจนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมยืนยันความเชื่อมั่นของนอร์เวย์ต่อไทย และความพร้อมขยายความร่วมมือในสาขาที่นอร์เวย์มีความเชี่ยวชาญ
ทั้งสองฝ่ายยังหารือความตกลงการค้าเสรีไทย–สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ Thailand–EFTA FTA ซึ่งครอบคลุมสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ โดยเห็นพ้องร่วมกันผลักดันให้ความตกลงมีผลใช้บังคับโดยเร็ว เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดยุโรปมากขึ้น
นายกรัฐมนตรียังขอบคุณนอร์เวย์ที่พร้อมสนับสนุนไทยในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งรัฐบาลกำหนดเป็นวาระแห่งชาติและตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกภายในปี 2571 โดยมองว่าเป็นโอกาสยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจ การลงทุน ธรรมาภิบาล และการบริหารภาครัฐ
นายอนุทินย้ำว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับนอร์เวย์อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อต่อยอดความสัมพันธ์ที่ดีไปสู่ความร่วมมือที่จับต้องได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พลังงาน และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ
#อนุทินชาญวีรกูล #รัชดาธนาดิเรก #ไทยนอร์เวย์ #Norway #ThailandEFTAFTA #OECD #พลังงานสะอาด #การลงทุน #ทำเนียบรัฐบาล #TheNewsroom
