รัฐบาลตรึง LPG ควบคู่ไทยช่วยไทยพลัส ลดภาระครัวเรือน-ร้านค้ารายย่อย

รัฐบาลตรึง LPG ควบคู่ไทยช่วยไทยพลัส ลดภาระครัวเรือน–ร้านค้ารายย่อย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 50.2 เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

นางสาวรัชดากล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่ากำลังซื้อเริ่มฟื้นจากมาตรการของรัฐบาล แต่เศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง จึงต้องทำงานควบคู่กันทั้งการเติมรายได้ ลดภาระค่าใช้จ่าย และดูแลราคาพลังงานไม่ให้กระทบชีวิตประจำวัน

รัฐบาลไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดเพียงด้านเดียว แต่ใช้มาตรการเป็นชุด โดยโครงการไทยช่วยไทย พลัส ช่วยให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนล้านบาท ลดภาระค่าครองชีพ และกระจายเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า จุดสำคัญของโครงการไทยช่วยไทย พลัส คือเงินไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะกรุงเทพฯ เนื่องจากสัดส่วนการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ อยู่เพียง 15–16% แสดงให้เห็นว่าเม็ดเงินไหลถึงต่างจังหวัด ร้านค้ารายย่อย และชุมชนในพื้นที่จริง

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลราคาก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ไม่ให้ปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก โดยเพิ่มการชดเชยจาก 7.2209 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 9.8642 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาขายปลีกยังอยู่ที่ถังละ 423 บาท ขนาด 15 กิโลกรัม

นางสาวรัชดากล่าวว่า การตรึงราคา LPG เป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง เพราะก๊าซหุงต้มเป็นต้นทุนของครัวเรือน ร้านอาหาร และผู้ค้ารายย่อย หากปล่อยให้ราคาพลังงานปรับขึ้น จะส่งผลต่อราคาอาหาร สินค้า และบริการทันที

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตระหนักว่าการดูแลราคาพลังงานมีต้นทุน โดยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ติดลบ 71,826.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนประมาณ 2,044 ล้านบาท จึงต้องบริหารอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ช่วยประชาชนได้จริงและรักษาวินัยการคลังไปพร้อมกัน

#รัชดาธนาดิเรก#รัฐบาล#ค่าครองชีพ#ไทยช่วยไทยพลัส#เศรษฐกิจฐานราก#LPG#ก๊าซหุงต้ม#กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง#TheNewsroom