
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผลการดำเนินงานรอบ 90 วัน หลังได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลหน่วยงานด้านการบิน 4 แห่ง ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน บวท. สถาบันการบินพลเรือน และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมุ่งยกระดับระบบการบินไทยสู่ World-Class Aviation Hub ภายในปี 2572
กรมท่าอากาศยานเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Airport for Regional Development ยกระดับสนามบินภูมิภาคให้เป็นกลไกเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งผลักดันสนามบินอุดรธานีเป็นประตูการบินอีสานตอนบน เปิดระบบ C.I.Q. รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และพัฒนาสนามบินหัวหินสู่สนามบินนานาชาติ พร้อมฟื้นเส้นทางหัวหิน–กัวลาลัมเปอร์ และเตรียมเปิดเส้นทางใหม่สู่สิงคโปร์ ไทเป และเซี่ยงไฮ้
ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับสายการบินต่าง ๆ เปิดเส้นทางบินใหม่เชื่อมเมืองรองและเมืองเศรษฐกิจต่างประเทศ พร้อมจับมือ ททท. เดินหน้าโครงการ Fly and Drive เชื่อม 8 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการเชื่อมโยงทางอากาศของประเทศ
ด้านความปลอดภัย มีการเร่งติดตั้งระบบ ILS/DME ที่สนามบินขอนแก่น ซึ่งล่าช้ามานานกว่า 10 ปี พร้อมจัดตั้งคณะทำงานแก้ปัญหา Bird Strike หลังพบความเสียหายกว่า 530 ล้านบาทต่อปี และใช้มาตรการลดค่าบริการ Landing & Parking 50% เพื่อสนับสนุนเส้นทางบินใหม่
ส่วน บวท. เดินหน้าลดค่าบริการการเดินอากาศภายในประเทศเป็น 30% พร้อมนำเทคโนโลยี Digital Tower, Remote Tower, SMC, AFIS และ FlightLive มาใช้รองรับการบินยุคใหม่ รวมถึง Advanced Air Mobility และอากาศยานไร้คนขับ
ด้านสถาบันการบินพลเรือนยังคงสถานะ ICAO TRAINAIR PLUS ระดับ Platinum ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ผลิตบุคลากรการบินกว่า 4,634 คน และร่วมมือกับการบินไทยสนับสนุนทุนช่างอากาศยาน พร้อมผลิตนักบินปีละ 120 คน
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า ผลงาน 90 วันเป็นการวางรากฐานการบินไทยในทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางบิน ความปลอดภัย เทคโนโลยี บุคลากร และรายได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลกตามเป้าหมายปี 2572
#ภัทรพงศ์ภัทรประสิทธิ์ #กระทรวงคมนาคม #กรมท่าอากาศยาน #บวท #สถาบันการบินพลเรือน #AviationHub #WorldClassAviationHub #สนามบินภูมิภาค #TheNewsroom
