ไม่ใช่แค่โลเคชันถ่ายทำ แต่คือโอกาสเศรษฐกิจ ททท. เดินหน้าผลักดัน Film Tourism

การที่รายการระดับโลกเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ อาจดูเหมือนเป็นข่าวบันเทิง
แต่ถ้ามองผ่านเลนส์ของการท่องเที่ยว นี่คือเรื่องเศรษฐกิจ
และถ้ามองให้ไกลกว่านั้น นี่คือการบริหาร “ภาพจำของประเทศ” ผ่านอุตสาหกรรมคอนเทนต์ระดับโลก
ล่าสุด MTV’s The Challenge: Cutthroat Season 42 รายการ Reality Competition ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 20 ปี เลือกประเทศไทยเป็นพื้นที่หลักในการถ่ายทำ โดยใช้ทั้งกรุงเทพมหานคร พัทยา และพื้นที่จังหวัดชลบุรีเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวตลอดซีซัน ก่อนออกอากาศบน Paramount+ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า “ประเทศไทยสวยแค่ไหนในจอ”
แต่อยู่ที่ว่า หลังผู้ชมเห็นประเทศไทยบนจอแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เขาอยากเดินทางออกจากหน้าจอ แล้วมาสัมผัสประเทศไทยจริง ๆ
นี่คือโจทย์ของ Film Tourism
และเป็นอีกด้านหนึ่งของการทำงานด้านการตลาดท่องเที่ยวที่กำลังเปลี่ยนจากการ “ซื้อพื้นที่โฆษณา” ไปสู่การทำให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมการบริโภคของผู้คนทั่วโลก
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มองโอกาสนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Film Destination ระดับนานาชาติ ขณะที่ ททท. สำนักงานนิวยอร์กต่อยอดการออกอากาศผ่านกิจกรรม Amazing Thailand x The Challenge Season 42 และ Thailand Insider เพื่อเชื่อมผู้ชมรายการเข้าสู่ความสนใจเดินทางมายังประเทศไทย
ตรงนี้สำคัญมาก
เพราะการท่องเที่ยวสมัยใหม่ไม่ได้เริ่มต้นที่สนามบิน
แต่เริ่มต้นตั้งแต่ “ความอยากเดินทาง” ยังอยู่ในหัวของคน
บางครั้งความอยากนั้นเกิดจากคลิป TikTok ไม่กี่วินาที
บางครั้งเกิดจากอาหารจานหนึ่งในซีรีส์
บางครั้งเกิดจากวิวเมืองที่ปรากฏอยู่ด้านหลังตัวละคร
และบางครั้ง การดูรายการหนึ่งซีซัน ก็อาจทำให้ประเทศหนึ่งกลายเป็น Destination ในใจของผู้ชมไปโดยไม่รู้ตัว
จึงไม่แปลกที่หลายประเทศแข่งขันกันดึงกองถ่ายต่างประเทศ เพราะกองถ่ายหนึ่งกองไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะช่วงที่เข้ามาผลิตงานเท่านั้น
แต่ Content ที่ถูกผลิตขึ้นสามารถเดินทางต่อไปทั่วโลกได้อีกเป็นปี
หนึ่งครั้งของการถ่ายทำ จึงอาจหมายถึงการประชาสัมพันธ์ประเทศนับล้านครั้งผ่านสายตาผู้ชม
ยิ่ง The Challenge มีกลุ่มผู้ชมสำคัญเป็น Gen Z และ Millennials ซึ่งมีความสนใจด้านการเดินทาง กีฬา กิจกรรมกลางแจ้ง และประสบการณ์ใหม่ การนำภาพกรุงเทพฯ พัทยา และชลบุรีเข้าไปอยู่ในเนื้อหาของรายการ จึงมีโอกาสเชื่อมต่อโดยตรงกับนักเดินทางกลุ่มที่ประเทศไทยต้องการ
ในมุมของ Governance เรื่องนี้ยังสะท้อนอีกประเด็นหนึ่งว่า การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในอนาคตไม่สามารถทำงานแบบ “หน่วยงานใครหน่วยงานมัน” ได้อีกต่อไป
Film Destination ต้องการทั้งระบบ
ตั้งแต่ความสะดวกในการถ่ายทำ บุคลากร อุตสาหกรรม Production โครงสร้างพื้นฐาน การเดินทาง ความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก ไปจนถึงหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่ต้องรู้ว่าจะนำ Content ที่เกิดขึ้นมาต่อยอดเป็น Travel Demand อย่างไร
เพราะการได้กองถ่ายเข้าประเทศคือ ต้นน้ำ
แต่การทำให้ผู้ชมอยากตามรอยเข้ามาเที่ยวคือ กลางน้ำ
และการกระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวไปสู่โรงแรม ร้านอาหาร ชุมชน ผู้ประกอบการ และเมืองท่องเที่ยว คือ ปลายน้ำ
ถ้าทำครบวงจร สิ่งที่เราได้จึงไม่ใช่เพียง Film Tourism
แต่คือ Content Economy ที่เชื่อมเข้ากับ Visitor Economy
นี่อาจเป็นเหตุผลที่การทำตลาดของ ททท. ในระยะหลังน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราเริ่มเห็นความพยายามนำการท่องเที่ยวไปเชื่อมกับ Platform, Entertainment, Technology และ Lifestyle มากขึ้น
ไม่ได้ถามเพียงว่า
“ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวกี่คน”
แต่เริ่มถามว่า
เราจะเข้าไปอยู่ตรงไหนในชีวิต ในหน้าจอ และในความรู้สึกของนักเดินทางก่อนที่เขาจะตัดสินใจเลือก Destination
การปรากฏตัวของประเทศไทยใน The Challenge Season 42 จึงไม่ใช่เพียงการมีกรุงเทพฯ หรือพัทยาเป็นฉากสวย ๆ อยู่หลังผู้เข้าแข่งขัน
แต่คือการนำประเทศไทยเข้าไปอยู่ในเรื่องเล่าที่เดินทางได้ทั่วโลก
และสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุคที่ทุกประเทศกำลังแย่งชิง “Attention” ของนักเดินทาง
ประเทศที่ได้พื้นที่อยู่ในความทรงจำก่อน
ย่อมมีโอกาสได้พื้นที่อยู่ในแผนการเดินทางก่อนเช่นกัน
เพราะวันนี้ Destination ไม่ได้เริ่มต้นจากการเดินทาง
แต่มันเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่คนดูหน้าจอแล้วคิดขึ้นมาว่า
“สักวัน ฉันอยากไปที่นั่น”

นักวิชาการอิสระ
ณิชาภา อภิญญานนท์

#TheChallenge42 #MTV #AmazingThailand #FilmTourism #ContentEconomy #TourismThailand #ททท #เศรษฐกิจท่องเที่ยว #SoftPower #ข่าวท่องเที่ยว