
ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายแพทริก เฮมเมอร์ เอกอัครราชทูตราชรัฐลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ และหารือส่งเสริมความร่วมมือไทย–ลักเซมเบิร์ก
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมบทบาทของเอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กในการผลักดันความสัมพันธ์สองประเทศ โดยเห็นว่าลักเซมเบิร์กมีศักยภาพเป็นหุ้นส่วนสำคัญของไทยในด้านการเงิน การลงทุน เทคโนโลยีทางการเงิน หรือ FinTech การเงินสีเขียว และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ลักเซมเบิร์กยังสามารถเป็นช่องทางสำคัญในการส่งเสริมนักลงทุนจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาเข้ามาลงทุนในไทยผ่านตลาดทุนลักเซมเบิร์ก รวมถึงสนับสนุนนักธุรกิจไทยขยายการลงทุนไปสู่ยุโรป
รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเร่งสรุปการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป หรือ Thai–EU FTA ภายในปี 2569 และการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยภายในปี 2571 เพื่อยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ด้านเอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กชื่นชมความสัมพันธ์ไทย–ลักเซมเบิร์กที่ใกล้ชิดทั้งระดับราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน พร้อมกล่าวว่า ไทยมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีความกระตือรือร้น ซึ่งช่วยส่งเสริมบทบาทของไทยในภูมิภาคอาเซียน
เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กยืนยันว่า ลักเซมเบิร์กพร้อมสนับสนุนการเจรจา Thai–EU FTA และการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย เนื่องจากเห็นว่าการอยู่ภายใต้กฎระเบียบและมาตรฐานเดียวกันจะช่วยส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
ในช่วงท้าย เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลักเซมเบิร์กจะเข้าร่วมการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group ปี 2569 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ โดยกระทรวงการคลังของทั้งสองประเทศจะลงนามบันทึกความเข้าใจด้านบริการทางการเงินและ FinTech เพื่อยกระดับความร่วมมือทางการเงินระหว่างไทยกับลักเซมเบิร์ก
#อนุทินชาญวีรกูล #ลักเซมเบิร์ก #ThaiEUFTA #OECD #FinTech #GreenFinance #IMF #WorldBank #รัฐบาลไทย #TheNewsroom
