
การท่องเที่ยวไทย เดินเกม Value Over Volume เปลี่ยนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืน
ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ผันผวน และเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่หากพิจารณาจากข้อมูลอย่างรอบด้าน จะพบว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังคงทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชม และกำลังขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนกว่าที่หลายคนอาจมองเห็น
ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชมรัฐบาลที่เปิดเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของการรับฟังและการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สายการบิน โรงแรม และชุมชนทั่วประเทศ
ในบริบทเช่นนี้ บทบาทของ ททท. จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
แม้โลกจะอยู่ในภาวะ “Wait and See” นักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และหลายสายการบินปรับลดเที่ยวบินตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ข้อมูลในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 กลับสะท้อนว่าตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปยังคงทรงตัวได้อย่างแข็งแรง และยังเติบโตได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เป็นผลจากการทำงานเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่องของ ททท. ในการรักษา Top of Mind ของประเทศไทยในตลาดโลก พร้อมทั้งทำงานร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเพื่อผลักดันเส้นทางบินใหม่และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย
ภายใต้การนำของ“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า ททท. ได้ขับเคลื่อนแนวคิด “Value Over Volume” อย่างเป็นรูปธรรม เปลี่ยนวิธีคิดจากการเน้นเพียงจำนวนผู้มาเยือน ไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณภาพของนักท่องเที่ยว และการกระจายรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ในมุมมองของนักวิชาการด้านการท่องเที่ยว แนวทางดังกล่าวถือเป็นการปรับยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกอย่างยิ่ง เพราะการแข่งขันในอนาคตไม่ได้อยู่ที่ “ใครดึงคนได้มากที่สุด” แต่อยู่ที่ “ใครสร้างคุณค่าต่อคนและประเทศได้มากที่สุด”
แม้ตลาดตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับ Ultra Luxury ยังคงเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่พักผ่อนและพำนักระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ Safe Haven ที่มีคุณภาพชีวิตและบริการระดับสากล
ขณะเดียวกัน สัญญาณเชิงบวกจากการเพิ่มเที่ยวบินของ “Flydubai” สายการบินจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ “Etihad Airways” สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” รวมถึงการประเมินของผู้ประกอบการว่า Winter 69/70 ยังมีระดับการจองที่แข็งแรง ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลก
แน่นอนว่าในระยะยาว ประเทศไทยต้องเผชิญการแข่งขันจาก จีน, เวียดนาม และประเทศอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า
แต่จุดแข็งของประเทศไทยไม่เคยอยู่ที่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ราคาถูกที่สุด
จุดแข็งของประเทศไทยอยู่ที่การเป็นจุดหมายปลายทางที่มอบ “คุณค่า” ได้อย่างครบถ้วน ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร การบริการ และประสบการณ์ที่ยากจะหาได้จากที่อื่นในโลก
และสิ่งที่น่าชื่นชมที่สุด คือ ททท. ไม่เคยหยุดพัฒนาจุดแข็งเหล่านี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ประเทศไทยอาจควบคุมสถานการณ์ระหว่างประเทศไม่ได้ แต่ประเทศไทยสามารถควบคุมคุณภาพของประสบการณ์ที่มอบให้นักท่องเที่ยวได้
และหากถามว่า หน่วยงานใดกำลังทำหน้าที่นี้อย่างต่อเนื่องและมีวิสัยทัศน์มากที่สุด คำตอบก็คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
Amazing Thailand ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกนทางการตลาดอีกต่อไป
แต่มันคือยุทธศาสตร์ระดับชาติที่กำลังได้รับการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดของโลกต่อไป
ดร. ณิชาภา อภิญญานนท์
นักวิชาการอิสระ
#AmazingThailand#ททท#ฐาปนีย์เกียรติไพบูลย์#การท่องเที่ยว#ValueOverVolume#เที่ยวไทย#TheNewsroom
