ไทยฉายแสงบนเวทีคานส์ ดัน Soft Power สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์โลก

ไทยฉายแสงบนเวทีคานส์ ดัน Soft Power สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์โลก

บางครั้งการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ ไม่ได้เริ่มจากการซื้อโฆษณา หรือการจัดแคมเปญราคาแพง

แต่มันเริ่มจากการทำให้โลกเห็นว่า ประเทศไทยมี “เรื่องเล่า” ที่ทรงพลังพอจะยืนอยู่บนเวทีเดียวกับอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกได้อย่างสง่างาม

และปีนี้ ดิฉันคิดว่า ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ทำให้คำว่า Thailand มีความหมายมากกว่าการเป็นแค่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว

แต่กลายเป็น “พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ” ของผู้สร้างคอนเทนต์จากทั่วโลก

การที่ประเทศไทยเข้าร่วม เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2026 ไม่ใช่เพียงการตั้งบูธประชาสัมพันธ์ประเทศ

แต่คือการประกาศให้โลกเห็นว่า ไทยมีศักยภาพครบวงจร ตั้งแต่โลเกชันที่สวยงาม ทีมงานมืออาชีพ ระบบสนับสนุนการถ่ายทำ ไปจนถึงมาตรการภาครัฐที่พร้อมแข่งขันในระดับสากล

นี่คือการทำงานของรัฐในแบบที่ดิฉันชื่นชมมากที่สุด

เพราะไม่ได้มองการท่องเที่ยวเป็นเพียงเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยว

แต่เข้าใจว่า “ภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง” สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ลึกกว่าการโฆษณาหลายสิบชิ้นรวมกัน

เมื่อคนทั่วโลกดูหนังหรือซีรีส์ที่ถ่ายทำในประเทศไทย

พวกเขาไม่ได้เห็นเพียงชายหาดหรือวัดสวย ๆ

แต่เห็นวิถีชีวิต เห็นวัฒนธรรม เห็นอาหาร เห็นแฟชั่น และเกิดความปรารถนาจะเดินทางมาตามรอยประสบการณ์นั้นด้วยตนเอง

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Film-Induced Tourism

หรือการใช้คอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางจริง

ซึ่งหลายประเทศใช้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน

สิ่งที่น่าสนใจคือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของคุณฐาปนีย์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งเสริมภาพยนตร์

แต่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบของ Soft Power ไทยเข้าด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แฟชั่น ดนตรี งานออกแบบ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

ทั้งหมดถูกหลอมรวมเป็นระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้ สร้างภาพลักษณ์ และสร้างความภาคภูมิใจในเวลาเดียวกัน

ดิฉันเชื่อเสมอว่า ประเทศที่มีความสามารถในการเล่าเรื่องตัวเองได้ดี

คือประเทศที่มีอำนาจต่อรองในเวทีโลกสูงกว่าที่ขนาดเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวจะอธิบายได้

และวันนี้ประเทศไทยกำลังเดินไปในทิศทางนั้นอย่างชัดเจน

ภายใต้แนวคิดที่ดิฉันชื่นชอบอย่างยิ่ง คือ

Value Over Volume

ไม่ใช่การมุ่งเพิ่มจำนวนคนเพียงอย่างเดียว

แต่สร้างคุณค่าต่อหัว เพิ่มรายได้ต่อการเดินทาง และยกระดับประสบการณ์ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีความหมาย

ในอดีตเราเคยขายทะเล ขายรอยยิ้ม และขายความเป็น “เมืองท่องเที่ยวราคาดี”

วันนี้ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ กำลังพาประเทศไทยก้าวไปอีกระดับ

จากประเทศที่คนอยากมาเที่ยว

สู่ประเทศที่คนอยากมาสร้างภาพยนตร์ สร้างธุรกิจ และสร้างแรงบันดาลใจ

นี่ไม่ใช่แค่การส่งเสริมการท่องเที่ยว

แต่นี่คือการออกแบบอนาคตของประเทศผ่านพลังของเรื่องเล่า

และในค่ำคืนที่แสงแฟลชสาดส่องบนพรมแดงเมืองคานส์

ดิฉันเชื่อว่า สิ่งที่โดดเด่นที่สุดไม่ใช่เพียงนักแสดงหรือผู้กำกับ

แต่คือชื่อของประเทศไทย

ที่กำลังฉายแสงอย่างสง่างามบนเวทีโลกอีกครั้ง

ดร. ณิชาภา อภิญญานนท์

นักวิชาการอิสระ

#ฐาปนีย์เกียรติไพบูลย์#ททท#Cannes2026#SoftPower#AmazingThailand#FilmInducedTourism#TheNewsroom