
นายกฯ สิงคโปร์ เตือนวิกฤตพลังงานโลก “ของจริง” เสี่ยงลากยาว-กระทบเศรษฐกิจหนัก
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงเตือนประชาชนถึงสถานการณ์ “วิกฤตพลังงานโลก” ที่กำลังเกิดขึ้นจริง และมีแนวโน้มยืดเยื้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญของวิกฤตครั้งนี้ อยู่ที่การขัดขวางการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การขนส่งน้ำมัน ก๊าซ LNG ปุ๋ย และฮีเลียมลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นกว่า 60% นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ประเมินว่า แม้จะมีการเจรจาหรือหยุดยิงเกิดขึ้น แต่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจะทำให้ราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกหลายเดือน
ขณะเดียวกัน ยังมีความเสี่ยงสำคัญ หากเส้นทางขนส่งอย่าง ทะเลแดง และช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะ “เศรษฐกิจชะงักงันแต่เงินเฟ้อสูง” หรือ Stagflation ซึ่งจะสร้างผลกระทบรุนแรงและควบคุมได้ยาก
เพื่อรับมือสถานการณ์ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษระดับรัฐมนตรี พร้อมวาง 3 แนวทางหลัก ได้แก่
• เสริมความมั่นคงพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน โดยกระจายแหล่งนำเข้าไปยังประเทศอื่น เช่น ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์
• ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น เงินอุดหนุนค่าไฟ (U-Save) และช่วยภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
• ขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ย้ำว่า แม้ประเทศจะมีขนาดเล็กและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากวิกฤตโลกไม่ได้ แต่ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และความร่วมมือของประชาชน จะช่วยให้ประเทศสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้
#ลอว์เรนซ์หว่อง #สิงคโปร์ #วิกฤตพลังงาน #เศรษฐกิจโลก #Stagflation #ตะวันออกกลาง #น้ำมันแพง #TheNewsroom
