
Strategic Tourism Marketing vองไทย ททท. ผสานแพลตฟอร์ม Ctrip ขับเคลื่อนตลาดจีน สู่เทศกาล Songkran Festival 2569
ในบริบทของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลายประเทศเริ่มเผชิญกับต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะภาคการบินซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือในช่วงเวลาที่หลายจุดหมายปลายทางกำลังตั้งรับต่อความไม่แน่นอนดังกล่าว ประเทศไทยกลับเลือกใช้แนวทางเชิงรุกในการบริหารความเสี่ยงทางการท่องเที่ยว โดยการเปลี่ยนแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานให้กลายเป็นโอกาสทางการตลาดอย่างสร้างสรรค์
การดำเนินการล่าสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สะท้อนแนวคิดเชิงกลยุทธ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ผ่านความร่วมมือกับ Trip.com Group หรือแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ที่รู้จักในตลาดจีนในชื่อ Ctrip ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการจองการเดินทางที่มีอิทธิพลสูงสุดในตลาดนักท่องเที่ยวจีน
การจับมือกันครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเทศกาล Songkran Festival ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการสร้างทั้งรายได้ทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางวัฒนธรรมในเวทีการท่องเที่ยวโลก
จากมุมมองเชิงนโยบายการท่องเที่ยว ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่เช่นนี้สะท้อนการปรับตัวของการตลาดการท่องเที่ยวไทยเข้าสู่ยุค Platform-Based Tourism Marketing อย่างชัดเจน
กล่าวคือ แทนที่จะพึ่งพาการสื่อสารภาพลักษณ์ปลายทางเพียงอย่างเดียว การดำเนินกลยุทธ์ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การ “เชื่อมต่อโดยตรงกับพฤติกรรมการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว” บนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ผู้บริโภคใช้งานอยู่จริง
กลไกสำคัญของแคมเปญดังกล่าวคือการนำเสนอคูปองส่วนลดสำหรับบัตรโดยสารเครื่องบินแก่ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Ctrip โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางในภูมิภาค East China ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชื่อมโยงด้านการบินกับประเทศไทยสูง ทั้งในเชิงจำนวนเที่ยวบินตรงและศักยภาพการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว
การออกแบบมาตรการส่งเสริมการขายในลักษณะนี้มีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่ม Conversion Rate หรืออัตราการเปลี่ยนจาก “ความสนใจในการค้นหาข้อมูล” ไปสู่ “การตัดสินใจจองการเดินทางจริง” ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ควบคู่ไปกับการแนะนำเมืองรองของไทย ยังสะท้อนแนวคิดการกระจายตัวของการท่องเที่ยว (Tourism Dispersion) ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงมุ่งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลายและกระจายรายได้ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ
เมื่อพิจารณาในภาพรวม ความร่วมมือระหว่าง ททท. และ Ctrip จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมส่งเสริมการขายตามฤดูกาล
หากแต่เป็นตัวอย่างของ Strategic Tourism Marketing ที่ผสานองค์ประกอบสำคัญสามประการเข้าด้วยกัน ได้แก่ การใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัล การใช้เครื่องมือทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ และการเชื่อมโยงประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศเข้ากับระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
ในมิติของการบริหารนโยบาย การดำเนินงานลักษณะนี้สะท้อนบทบาทของ ททท. ในฐานะ “สถาปนิกเชิงยุทธศาสตร์ของระบบการท่องเที่ยวไทย” ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงประชาสัมพันธ์ปลายทาง แต่ยังออกแบบกลไกตลาด การสร้างพันธมิตรระดับแพลตฟอร์ม และการเชื่อมโยงประสบการณ์ทางวัฒนธรรมกับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของโลกการเดินทาง
ดังนั้น แม้สถานการณ์ราคาพลังงานโลกจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเดินทางระหว่างประเทศ แต่กรณีศึกษาของแคมเปญความร่วมมือระหว่าง ททท. และ Ctrip ในช่วงสงกรานต์ 2569 กลับแสดงให้เห็นว่า หากมีการออกแบบนโยบายและกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเหมาะสม วิกฤติด้านต้นทุนก็สามารถถูกแปลงให้กลายเป็นโอกาสในการยืนยันบทบาทของประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกที่ยังคงมีศักยภาพในการดึงดูดนักเดินทางจากตลาดสำคัญอย่างจีนได้อย่างต่อเนื่อง
นักวิชาการอิสระ
ดร.ณิชาภา อภิญญานนท์
#ณิชาภาอภิญญานนท์#AmazingThailand#ททท#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย#SongkranFestival#สงกรานต์2569#เที่ยวไทย#Tripcom#Ctrip#ตลาดจีน#นักท่องเที่ยวจีน#TourismMarketing#DigitalTourism#PlatformEconomy#TourismStrategy#ThailandTourism#ChinaTourism#TheNewsroom
