ททท. เปิดยุทธศาสตร์ “เนรมิตเมือง” ปั้น 9 เมืองรอง สู่ Creative City ของไทย

ททท. เปิดยุทธศาสตร์ “เนรมิตเมือง” ปั้น 9 เมืองรอง สู่ Creative City ของไทย

ในฐานะคนทำงานวิชาการด้านการท่องเที่ยว ดิฉันมองว่า โครงการ “เนรมิตเมือง: Neramyth City Branding Cities into Creative Assets” ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ไม่ใช่แค่การเปิดตัวโครงการใหม่ แต่คือการ “ปรับกรอบคิด” ของการพัฒนาเมืองไทยในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างแท้จริง

9 เมืองต้นแบบ สกลนคร เพชรบุรี ศรีสะเกษ ปัตตานี อุบลราชธานี ลำพูน สิงห์บุรี นครศรีธรรมราช และราชบุรี ไม่ได้ถูกเลือกเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวกระแสหลัก

แต่เพราะแต่ละเมืองมี “ทุนวัฒนธรรม” และ “ทุนความทรงจำ” ของตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมา เรายังไม่ได้แปลงสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” อย่างเป็นระบบ

สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวคิด Creative City & Place Branding ในโครงการนี้ ไม่ได้มองการสร้างแบรนด์เป็นเพียงโลโก้หรือสโลแกน

แต่เป็นกระบวนการค้นหา “แก่นอัตลักษณ์” ที่ชัดที่สุดของเมือง แล้วออกแบบการสื่อสาร กิจกรรม และประสบการณ์ให้สอดคล้องกันทั้งระบบ ตั้งแต่เทศกาล งานออกแบบ งานศิลป์ ไปจนถึงการเล่าเรื่องเมืองในระดับสากล

นี่คือการขยับจาก “การโปรโมตสถานที่” ไปสู่ “การออกแบบคุณค่า” (Value Design)

ภายใต้ทิศทางของผู้ว่าการ ททท. ที่ผลักดันแคมเปญ “Amazing Thailand: Feel All the Feelings” เราจะเห็นชัดว่า การท่องเที่ยวไทยกำลังเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เน้นความหมายมากกว่าความหนาแน่น และเน้นประสบการณ์ที่มีมิติทางอารมณ์มากกว่าการเช็กอินเพียงครั้งเดียว

ในเชิงทฤษฎี เมืองที่มีแบรนด์ชัด จะสามารถ

• สร้างภาพจำ (Memory Structure) ในตลาดโลก

• ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ

• กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

• และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ได้อย่างยั่งยืน

โครงการ “เนรมิตเมือง” จึงไม่ใช่แค่เรื่องท่องเที่ยว แต่คือยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองในระยะยาว ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นกลไกหลัก

ดิฉันเห็นว่านี่คือทิศทางที่ถูกต้อง เพราะการท่องเที่ยวในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้แข่งกันที่จำนวนชายหาดหรือจำนวนโรงแรมอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ “เรื่องเล่า” และ “ความรู้สึก” ที่เมืองนั้นมอบให้กับผู้มาเยือน

และเมื่อรัฐอย่าง ททท. ทำงานเชิงระบบร่วมกับ CEA และผู้ขับเคลื่อนเมืองอย่างจริงจังแบบนี้ เรากำลังเห็นภาพประเทศไทยที่ไม่ได้ขายเพียงจุดหมายปลายทาง แต่กำลังสร้าง “คุณค่าเชิงอัตลักษณ์” ให้กลายเป็นทุนระยะยาวของประเทศ

ดิฉันเชื่อว่า หากขับเคลื่อนต่อเนื่อง เมืองรองจำนวนมากของไทยจะไม่ได้เป็นเพียงทางผ่าน แต่จะกลายเป็นจุดหมายที่ผู้คนตั้งใจเดินทางมา เพราะเขาอยาก “รู้สึก” บางอย่างที่หาไม่ได้จากที่อื่น

และนี่คือความหมายของการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Quality Leisure Destination อย่างแท้จริง ด้วยพลังของอัตลักษณ์ท้องถิ่น ที่ถูกออกแบบอย่างมีกลยุทธ์และมองไกล

ดร.อลิษา ปิยานนท์

นักวิชาการอิสระ

#เนรมิตเมือง#Neramyth#CityBranding#CreativeCity#เศรษฐกิจสร้างสรรค์#CEA#ททท#TourismThailand#เมืองรอง#SoftPowerไทย#CreativeEconomy#AmazingThailand#QualityTourism#ThailandCreative