LNG เอเชียพุ่งแรงสุดในรอบ 3 ปี หลังโรงงานกาตาร์หยุดผลิต–ช่องแคบฮอร์มุซสะดุด

LNG เอเชียพุ่งแรงสุดในรอบ 3 ปี หลังโรงงานกาตาร์หยุดผลิต–ช่องแคบฮอร์มุซสะดุด

ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดเอเชียพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้โรงงานส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดของโลกในประเทศกาตาร์ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกิดความหยุดชะงัก

รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ราคา LNG ในตลาดสปอตของเอเชียพุ่งขึ้นแตะระดับ 25.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู ในการซื้อขายวันที่ 4 มีนาคม เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากระดับราคาสัปดาห์ก่อน และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หากการหยุดชะงักของการผลิตและการขนส่งยังคงยืดเยื้อ

กาตาร์ถือเป็นผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของการผลิตทั่วโลก โดยส่งออกไปยังตลาดหลักในเอเชีย ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน การหยุดชะงักของการส่งออกจึงสร้างแรงกดดันต่อประเทศผู้นำเข้าเหล่านี้ ซึ่งกำลังเร่งมองหาทางเลือกด้านพลังงานอื่นเพื่อทดแทน

อีแวน ตัน นักวิเคราะห์ตลาด LNG จากบริษัท ICIS ระบุว่า ผลกระทบสำคัญในระยะสั้นคือการแข่งขันระหว่างยุโรปกับเอเชียในการจัดหาก๊าซ เนื่องจากผู้ค้าจะเปลี่ยนเส้นทางการส่งมอบไปยังตลาดที่ให้ราคาสูงกว่า ทำให้ตลาดก๊าซโลกมีความผันผวนเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพุ่งขึ้นกว่า 70% ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 ท่ามกลางความกังวลว่าสหภาพยุโรปอาจเผชิญความยากลำบากในการสะสมก๊าซสำรองสำหรับฤดูหนาว เนื่องจากกำลังลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซจากรัสเซีย

นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจผลักดันให้หลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย หันไปใช้พลังงานทางเลือก เช่น ถ่านหิน แทนการซื้อ LNG ในตลาดสปอตที่มีราคาสูง พร้อมทั้งอาจกระตุ้นให้บริษัทพลังงานทั่วโลกทบทวนกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งพลังงานในระยะยาว

#LNG #ราคาก๊าซโลก #กาตาร์ #ช่องแคบฮอร์มุซ #พลังงานโลก #วิกฤตตะวันออกกลาง #เศรษฐกิจโลก #TheNewsroom