
ททท. ประเมินวิกฤตตะวันออกกลาง ชี้แม้การบินโลกสะดุด แต่ไทยยังถูกมองเป็นจุดหมายปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ได้ส่งแรงสะเทือนไปทั่วระบบการบินโลก หลายประเทศในภูมิภาคประกาศปิดน่านฟ้า ส่งผลให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือปรับเส้นทางบิน ขณะที่ศูนย์กลางการบินสำคัญอย่างดูไบและโดฮาต้องหยุดให้บริการชั่วคราว สร้างแรงกระเพื่อมต่อเครือข่ายการเดินทางระหว่างยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นระบบ โดยชี้ว่า แม้ระบบการบินโลกจะเผชิญความปั่นป่วน แต่ประเทศไทยยังคงได้รับการมองว่าเป็น “จุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพ” เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งโดยตรง
รายงานการวิเคราะห์ของ ททท. ระบุว่า ไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากการยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 59 เที่ยว โดยส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินจากสายการบินตะวันออกกลาง เช่น Emirates, Qatar Airways, Etihad และ Kuwait Airways ที่ต้องปรับเส้นทางบินเพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าในพื้นที่ความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ระบบสนามบินหลักของไทยยังคงดำเนินการได้ตามปกติ และเครือข่ายการบินในภูมิภาคเอเชียยังสามารถเชื่อมต่อได้อย่างต่อเนื่อง
ในด้านตลาดนักท่องเที่ยว ททท. ประเมินว่าตลาดตะวันออกกลางบางประเทศอาจชะลอตัวลงในระยะสั้น โดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้า เช่น อิหร่าน อิรัก และบางประเทศในภูมิภาค ซึ่งอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงราว 30–50 เปอร์เซ็นต์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม ททท. ชี้ว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากประเทศไทยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากความขัดแย้ง และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมรองรับนักเดินทางจากทั่วโลก ส่งผลให้หลายปลายทางท่องเที่ยวของไทยยังคงมีนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์โลกจะผันผวน
ในช่วงวิกฤตดังกล่าว ททท. ได้เปิดศูนย์เฝ้าระวังวิกฤตการท่องเที่ยว หรือ Tourism Crisis Management Center (TCMC) เพื่อประสานงานกับสายการบิน สนามบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเที่ยวบิน รวมถึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ททท. ยังเตรียมกลยุทธ์กระตุ้นตลาดทดแทน โดยมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพ เช่น อินเดีย จีน และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรักษาโมเมนตัมของการท่องเที่ยวไทยในช่วงที่ตลาดบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวมองว่า จุดแข็งสำคัญของประเทศไทยในช่วงวิกฤตโลกคือ “ความเชื่อมั่นของนักเดินทาง” เนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกคุ้นเคย มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และยังคงเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไทยยังคงสามารถรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวได้ แม้ระบบการบินโลกจะเผชิญความผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ในมุมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก วิกฤตครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นความท้าทาย แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของโลก ที่ยังคงสามารถยืนหยัดและดึงดูดนักเดินทางได้แม้ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอน
ดร. ธารินี วรินทรากุล
นักวิชาการอิสระ
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ททท #ท่องเที่ยวไทย #TourismCrisisManagementCenter #วิกฤตตะวันออกกลาง #เศรษฐกิจท่องเที่ยว #AmazingThailand #TheNewsroom
