
“พูดแล้วทำ ไม่ใช่พูดแล้วเบี้ยว ภูมิใจไทยยุบสภา เพราะทำตามที่พรรคส้มเคยพูดไว้เอง”
การเมืองไทยมีคำพูดสวย ๆ เยอะ
แต่มีไม่กี่พรรคที่ กล้าทำตามคำพูดนั้นจริง
และหนึ่งในนั้นคือ พรรคภูมิใจไทย
ประโยคที่ถูกหยิบมาพูดซ้ำในสภา
ว่า
“เราไม่ได้โหวตให้อนุทินมาเป็นนายก เราโหวตมาเพื่อยุบสภา”
ไม่ใช่คำพูดของภูมิใจไทยด้วยซ้ำ แต่เป็นคำอภิปรายของเพื่อนร่วมสภาอย่าง พรรคสีส้มที่ประกาศจุดยืนชัด ว่าไม่ยอมรับรัฐบาลชุดนี้ และพร้อมผลักประเทศกลับไปเลือกตั้งใหม่
และเมื่อถึงเวลาที่การเมืองเดินมาถึงทางตันจริง ๆ
ภูมิใจไทยก็ไม่ได้ตีความคำพูดนั้นเข้าข้างตัวเอง
ไม่ได้บิดเกมเพื่อยื้ออำนาจ
ไม่ได้แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
แต่เลือก “ทำตามที่เขาพูดไว้” อย่างตรงไปตรงมา
นี่คือความแตกต่างที่สำคัญ
ระหว่างพรรคที่ใช้การอภิปรายเป็นเวทีสร้างแรงกดดัน กับพรรคที่รับฟังคำอภิปรายเหล่านั้นแล้ว เอามาทำจริง
.ภูมิใจไทยพูดตั้งแต่ต้นว่า นี่คือรัฐบาลที่มีเงื่อนไข พูดตรง ๆ ว่า หากสถานการณ์ไปต่อไม่ได้
หากรัฐบาลถูกบีบและหากสภากลายเป็นสนามล้มรัฐบาลมากกว่าบริหารประเทศทางออกสุดท้ายคือ คืนอำนาจให้ประชาชน
และเมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ
พรรคนี้ก็ไม่ลังเล
บอกจะยุบ ก็ยุบ
ไม่ต่อรอง
ไม่แก้คำพูด
ไม่แถ
ไม่เล่นบทเหยื่อ
อนุทินไม่ได้ยึดเก้าอี้
ภูมิใจไทยไม่ได้ยึดอำนาจ
แต่ยึดหลักง่าย ๆ ข้อเดียว
คือ คำพูดในสภาต้องมีความหมาย
ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้โหวตให้บริหาร
แต่โหวตมาเพื่อยุบ
วันนี้…เขาก็ได้สิ่งนั้นกลับไปครบถ้วน
นี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของภูมิใจไทย
แต่คือการพิสูจน์ว่า
ยังมีพรรคการเมืองที่ ไม่กลัวผลของคำพูดตัวเอง และไม่กลัวที่จะทำให้คำพูดของ “คู่ขัดแย้งทางการเมือง” กลายเป็นจริง
การเมืองแบบนี้อาจไม่ถูกใจทุกคน
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า
มันคือการเมืองที่ตรงไปตรงมา
และซื่อสัตย์กับประชาชนมากกว่าที่หลายคนกล้ายอมรับ
เพราะในวันที่นักการเมืองจำนวนมาก
พูดอย่างหนึ่ง ทำอีกอย่าง อย่างน้อย…
พรรคภูมิใจไทยคือพรรคที่พูดแล้วทำจริง
ไม่ว่าคำนั้นจะมาจากใครก็ตาม
#ภูมิใจไทย #ยุบสภา #พูดแล้วทำ #คืนอำนาจประชาชน #การเมืองไทย #TheNewsroom
