
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดใจถึงการก้าวเข้าสู่สนามการเมืองภายใต้พรรคภูมิใจไทยว่า เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้สามารถนำความรู้และประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจมาใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการได้รับอิสระทางความคิดและการตัดสินใจเชิงนโยบาย
เอกนิติระบุว่า สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการทำงานร่วมกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ทีมเศรษฐกิจคิดและลงมือทำโดยไม่แทรกแซง ส่งผลให้นโยบาย Quick Big Win พัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นนโยบายหลัก “Thailand 10 Plus” ของพรรคในการเลือกตั้งปี 2569
ผลลัพธ์จากการให้อิสระในการทำงานสะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยช่วงปลายปี 2568 เศรษฐกิจไทยที่เคยถูกประเมินว่า GDP ไตรมาส 4 จะขยายตัวเพียง 0.3% กลับขยับขึ้นเป็น 1.8% ภายหลังการดำเนินโครงการ Quick Big Win เพียงกว่า 2 เดือน ตามข้อมูลของ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
เอกนิติกล่าวว่า Thailand 10 Plus ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์ปัญหาความเหลื่อมล้ำและการยกระดับศักยภาพประเทศ แบ่งเป็น 2 ขาหลัก คือการสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตั้งแต่การดูแลคนตัวเล็ก ผู้สูงวัย SME ชุมชน ไปจนถึงการเร่งการลงทุน การศึกษา พลังงานสะอาด และการเปิดตลาดการค้าใหม่
ในส่วนของโครงการคนละครึ่งพลัส เอกนิติย้ำว่า เป็นตัวอย่างของการยึดวินัยการคลังและการฟังเสียงฝ่ายปฏิบัติ โดยไม่เน้นแจกเงินเปล่า แต่เพิ่มทักษะดิจิทัลให้ผู้ค้า พร้อมใช้งบประมาณจากงบกลางเท่าที่มีจริง ราว 3 หมื่นล้านบาท โดยไม่สร้างภาระการคลังเกินความจำเป็น
ท้ายที่สุด เอกนิติระบุว่า ตัวเลขการทำงาน 73 วันก่อนยุบสภา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทีมเศรษฐกิจสามารถงัดเศรษฐกิจที่ติดหล่มให้ฟื้นตัวได้จริง และพร้อมขอโอกาสกลับมาสานต่อนโยบาย Thailand 10 Plus เพื่อผลักดันประเทศไทยเติบโตอย่างมีวินัยและยั่งยืน
#เอกนิติ #อนุทิน #พรรคภูมิใจไทย #Thailand10Plus #คนละครึ่งพลัส #TheNewsroom
