
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นตอบโต้นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังถูกกล่าวหาว่าโจมตีพรรคสีส้มเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคสีน้ำเงิน หรือเพื่อต่อรองคดีที่ถูกฟ้องร้อง
นายชูวิทย์ยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยระบุว่า ทุกคดีที่พรรคภูมิใจไทยเคยยื่นฟ้องตนรวม 7 คดี จากการเคลื่อนไหวคัดค้านนโยบายกัญชาเสรี ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องทั้งหมด และคดีสุดท้ายสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลอาญา รัชดา โดยไม่มีการยอมความหรือประนีประนอมใด ๆ
ทั้งนี้ ศาลเห็นว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพรรคการเมือง ซึ่งประชาชนสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ นายชูวิทย์ย้ำว่า การวิจารณ์พรรคสีส้มไม่ใช่การช่วยพรรคสีน้ำเงิน ตรงกันข้าม พรรคสีส้มต่างหากที่นำคะแนนเสียงกว่า 14 ล้านเสียงไปเปิดทางให้พรรคสีน้ำเงินเติบโตและกลับมาเป็นคู่แข่งทางการเมือง
นายชูวิทย์ระบุว่า ตนแยกเรื่องการเมืองออกจากเรื่องส่วนตัวอย่างชัดเจน แม้จะมีอุดมการณ์ต่างจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ยังสามารถพูดคุยและให้กำลังใจกันได้ในฐานะผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เพิ่งมี “แสง” อาจยังไม่เข้าใจ
พร้อมย้ำว่า ตนไม่เคยโจมตีน.ส.รักชนกเป็นการส่วนตัว และไม่เคยใช้การเมืองไปต่อรองคดี พร้อมยอมรับว่าตนเคยติดคุกมาแล้วถึง 3 ครั้ง จึงพร้อมยอมรับชะตากรรมหากต้องเผชิญอีก
อย่างไรก็ตาม นายชูวิทย์ได้ฝากคำเตือนไปถึงน.ส.รักชนก ในคดีมาตรา 112 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 ปี และอยู่ระหว่างอุทธรณ์ โดยเตือนว่าการแสดงออกและถ้อยคำช่วงหาเสียง อาจส่งผลต่อดุลยพินิจของศาล และเปลี่ยนเส้นทางชีวิตในอนาคตได้
ท้ายที่สุด นายชูวิทย์เปรียบเทียบกับเยาวชนกลุ่ม 3 นิ้ว อย่าง “เพนกวิน–รุ้ง” ที่ต้องสูญเสียอิสรภาพ พร้อมทิ้งท้ายว่า
“จากดาวสภา อาจกลายเป็นดาวคุกในที่สุด”
#ชูวิทย์ #ไอซ์รักชนก #พรรคประชาชน #คดี112 #การเมืองไทย #เลือกตั้ง2569 #ดาวสภา #ดาวคุก #TheNewsroom
