เอกนิติ ชู “New Growth Pathways” กลางเวทีดาวอส ดันไทยเป็น Safe Haven การลงทุนโลก

เอกนิติ ชู “New Growth Pathways” กลางเวทีดาวอส ดันไทยเป็น Safe Haven การลงทุนโลก

การประชุม World Economic Forum ประจำปี 2026 ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 กลายเป็นเวทีสำคัญที่ประเทศไทยส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ต่อประชาคมโลก นำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะทีมไทยแลนด์

นายเอกนิติ เปิดเผยว่า ได้ใช้เวที “New Growth Pathways in ASEAN” นำเสนอทิศทางการเติบโตใหม่ของไทย ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยชูจุดแข็งความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ไทยถูกมองเป็น “Safe Haven” และฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังจีน สหรัฐ และยุโรป สะท้อนจากคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นกว่า 90% ในปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลให้น้ำหนักการดึงดูดการลงทุนใน 4 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ Smart Electronics โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) อุตสาหกรรมอาหารและชีวภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และบริการสุขภาพและเวลเนส ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีฐานเดิมแข็งแรงและต่อยอดได้ทันกระแสโลก

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติยอมรับว่า ไทยยังมีโจทย์เร่งด่วน ทั้งการลงทุนพลังงานสะอาดเพื่อรับมือมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป การยกระดับทักษะแรงงานด้วยดิจิทัลและ AI การเร่งเจรจา FTA โดยเฉพาะกับสหภาพยุโรป และการปรับกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน

ในเวทีเดียวกัน ไทยยังได้นำเสนอ “สระบุรีโมเดล” ความร่วมมือรัฐ-เอกชน-ชุมชน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์รักษ์โลก เป็นตัวอย่างการขับเคลื่อน ESG ควบคู่การสร้างรายได้ท้องถิ่น พร้อมยืนยันว่าการเมืองภายในประเทศไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

นายเอกนิติ ระบุว่า ปี 2569 ไทยจะมีบทบาทเด่นบนเวทีโลก ทั้งการเป็นประธานกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) การเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank และการเร่งกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่นระยะยาวของเศรษฐกิจไทย

#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #WEF2026 #ทีมไทยแลนด์ #เศรษฐกิจไทย #TheNewsroom