MoA ไม่ได้ล้ม แต่เกมเบี่ยงประเด็นต่างหากที่ทำพังขณะภูมิใจไทยเลือกยืนบนข้อเท็จจริงประเทศ

MoA ไม่ได้ล้ม แต่เกมเบี่ยงประเด็นต่างหากที่ทำพัง
ขณะภูมิใจไทยเลือกยืนบนข้อเท็จจริงประเทศ

ในวันที่หัวหน้าพรรคประชาชนอย่าง “เท้ง” เลือกออกมาวิพากษ์พรรคภูมิใจไทยว่าฉีกข้อตกลง MoA ไม่ทำตามสัญญา และไม่สามารถโน้มน้าว ส.ว.ได้ในการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ

สิ่งที่น่าสนใจกลับไม่ใช่ข้อกล่าวหาเหล่านั้น แต่คือความพยายามเบี่ยงประเด็นเพื่อเอาคะแนนความรู้สึก ทั้งที่คนในสนามการเมืองรู้อยู่แก่ใจว่าการเจรจากับ ส.ว. ไม่เคยเป็นเกมที่ใครจะควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และการจะผลักดันร่างรัฐธรรมนูญในสภาที่เต็มไปด้วยตัวแปรทางอำนาจนั้นต้องอาศัยทั้งเวลา จังหวะ และองค์ประกอบทางการเมืองมากกว่าคำสั่งบนกระดาษ

ข้อตกลง MoA ที่เท้งเอามาอ่านซ้ำวนซ้ำจนน่าเวียนหัวนั้น แท้จริงเป็นเพียงกรอบความร่วมมือ ไม่ใช่สัญญาที่พรรคหนึ่งจะลากอีกพรรคไปแบกรับความสำเร็จหรือความล้มเหลวทั้งหมด

พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นเจ้าของเสียง ส.ว. ทั้งหมดในประเทศ และการจะโน้มน้าวให้ทุกคนเห็นด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องที่ “พูดปุ๊บทำปั๊บ” แบบที่คนไม่เคยอยู่ในสนามจริงจินตนาการกัน เพราะถ้ามันง่ายแบบที่เท้งพูด พรรคประชาชนคงผ่านกฎหมายที่อยากผ่านได้หมดทุกฉบับตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานแล้ว ไม่ต้องรอมาโทษคนอื่นในภายหลังเช่นนี้

สิ่งที่ประชาชนเห็นชัดกว่าการกล่าวหา คือความแตกต่างของวิธีคิดในยามวิกฤต ขณะที่เท้งพยายามเบนความสนใจสังคมไปที่ “ใครผิด MoA” ประเทศกลับกำลังเผชิญทั้งวิกฤตชายแดน วิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตภัยพิบัติที่ต้องการรัฐบาลที่มีเอกภาพในการตัดสินใจมากกว่าการชิงคะแนนทางอารมณ์

ในเวลาเดียวกันพรรคภูมิใจไทยและนายกรัฐมนตรีอนุทินกลับเลือกทางที่ตรงไปตรงมา ทำงานบนข้อเท็จจริงและบริบทของประเทศ ไม่ฝันหวานและไม่ขายภาพลวงตา การที่เท้งออกมาโทษภูมิใจไทยทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองก็ไม่ได้มีความสามารถในการรวบรวมฉันทามติจาก ส.ว. มากไปกว่าคนอื่นนั้น จึงยิ่งสะท้อนว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่เรื่อง MOA แต่เป็นความพยายามโยนความผิดเพื่อรักษาฐานเสียงตัวเองหลังจากพลาดหวังในเกมรัฐธรรมนูญ

เมื่อกลับมามองภาพรวม จะเห็นว่าภูมิใจไทยต่างหากคือพรรคที่รักษาหลักการชัดเจนที่สุด

เอาประเทศก่อน เอาเสถียรภาพก่อน และยืนบนเหตุผลแทนที่จะใช้ความวุ่นวายเป็นเครื่องต่อรอง

สิ่งที่เท้งอาจไม่อยากพูดคือพรรคของตนเองรู้ดีว่าหากยังดึงดันใช้การเมืองแบบเสี่ยงประเทศเป็นเดิมพัน ย่อมนำไปสู่การตอบโต้ที่หนักกว่าซึ่งก็คือการยุบสภาที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ และแม้สภาจะยุบไปแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เคยยุบคือความรับผิดชอบของภูมิใจไทยต่อสถานการณ์ประเทศ ซึ่งต้องเดินหน้าต่อทันทีโดยไม่เสียเวลาไปตอบโต้เกมการเมืองที่ไม่มีสาระ

สุดท้าย คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าใครผิด MoA แต่อยู่ที่ว่าใครทำงานจริง ใครเข้าใจข้อจำกัดจริง และใครรับผิดชอบประเทศจริง

เท้งเลือกเล่นการเมืองผ่านไมค์ ส่วนอนุทินเลือกทำงานท่ามกลางสมรภูมิจริง คนละระดับ คนละความเข้าใจ และคนละความรับผิดชอบ

และเมื่อประชาชนต้องเลือกในวันที่เสียงตะโกนกับการทำงานจริงยืนอยู่ตรงข้ามกัน คำตอบก็คงไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ

ภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องออกมาเถียง เพราะผลงานและความรับผิดชอบในยามวิกฤตได้ตอบแทนแทนทุกอย่างแล้ว


#เท้งณัฐพงษ์ #หัวหน้าพรรคประชาชน #พรรคประชาชน #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #อนุทินชาญวีรกูล #นายกรัฐมนตรี #นายกอนุทิน #ยุบสภา #เลือกตั้งใหม่เพื่ออนาคตไทย #คืนอำนาจให้ประชาชน #ผู้นำที่รับผิดชอบ