
“เสน่ห์ไทยบุกลอนดอน! ททท. พาไทยเฉิดฉายใน WTM 2025”
ในโลกที่การท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงเรื่องของการเดินทางอีกต่อไป แต่คือ “ความเชื่อมั่น”
การที่ประเทศไทยภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก้าวสู่เวที World Travel Market (WTM) London 2025 จึงไม่ใช่เพียงการไปปรากฏตัวในงานระดับโลก แต่คือการประกาศจุดยืนของประเทศที่พร้อมจะ “กำหนดทิศทาง” ของการท่องเที่ยวโลกยุคใหม่ด้วยยุทธศาสตร์ใหม่ที่เน้นการสร้างคุณค่าและความหมายต่อการเดินทาง
วันนี้ที่มหานครลอนดอน ณ ExCeL Centre ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการจากกว่า 100 ประเทศ และนักคิดผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 4,000 ราย
ประเทศไทยไม่ได้ไปเพื่อขายห้องพักหรือแพ็กเกจทัวร์ แต่ไปเพื่อขาย “ความหมายของการเดินทาง” ภายใต้แนวคิด Thailand : Value with Vision เพราะการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่เรากำลังเข้าสู่วันที่โลกเริ่มเบื่อกับการเดินทางที่ว่างเปล่า
ผู้ว่าการททท.มองเห็นโอกาสในการพาไทยขึ้นสู่จุดยืนใหม่ จากประเทศปลายทางยอดนิยม สู่ประเทศต้นแบบแห่ง “การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า” ที่ผสานเทคโนโลยี วัฒนธรรม และความยั่งยืนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
การเข้าร่วม WTM ครั้งนี้คือการเจรจาทางกับพาร์ทเนอร์ และตั้งใจใช้เวทีนี้เชื่อมโยงพันธมิตรระดับโลกจากยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกา เพื่อนำรายได้ท่องเที่ยวกลับสู่ประเทศกว่า 4,000 ล้านบาท ผ่านการจับคู่ธุรกิจ (B2B) และข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ที่จะขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในปีถัดไป โดยเฉพาะในกลุ่ม Luxury, Wellness และ Sustainable Tourism ที่กำลังเป็นกระแสหลักของโลก การลงทุนเชิงสัมพันธ์ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้ แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศเศรษฐกิจ” ที่จะขับเคลื่อนชุมชนไทยทั้งระบบ
ภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้ว่าการ ททท. ที่มองการท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจ แต่คือพลังแห่งเสน่ห์ไทย
การเข้าร่วมงาน WTM จึงถูกใช้เป็นพื้นที่แสดงศักยภาพของวัฒนธรรมไทยอย่างทรงพลัง ตั้งแต่ Thai Wellness Experience ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาการบำบัดแบบตะวันออก เข้ากับเทรนด์สุขภาพระดับโลก ไปจนถึง Thai Gastronomy Showcase ที่ใช้รสชาติแห่งชาติเป็นภาษาสื่อสารความเป็นไทยอย่างร่วมสมัย นี่คือการตลาดแบบใหม่ ที่ใช้ “วัฒนธรรม” เป็นสกุลเงิน และใช้ “ความเชื่อมโยงทางอารมณ์” เป็นมูลค่าเพิ่ม
แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการสร้างรายได้ทันที คือการได้แรงบันดาลใจจากโลกเพื่อกลับมาปฏิรูปโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยให้ตอบโจทย์อนาคต
ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับเมืองรองให้เป็น Sustainable Destination การพัฒนาเทคโนโลยีการบริหารจัดการข้อมูลนักท่องเที่ยว หรือการต่อยอดแนวคิด “Luxury is Nothing” ให้กลายเป็นจุดขายระดับภูมิภาคสำหรับตลาดเอเชีย-ยุโรป
ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ที่ผู้ว่าการ ททท. จะนำกลับมาปรับใช้ในประเทศ เพื่อขยายผลสู่โครงการ “Green Destination Thailand 2030” และ “Luxury Sanctuary of Asia” ที่วางเป้าหมายไว้ในอีกห้าปีข้างหน้า
การเข้าร่วม WTM London 2025 จึงไม่ใช่เพียงภารกิจทางธุรกิจ หากแต่เป็น “การทูตเชิงวัฒนธรรม” ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยรู้จักเล่าเรื่องของตัวเองในภาษาที่โลกอยากฟัง และพร้อมจะสร้างเศรษฐกิจจากสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของเรา
ความอ่อนโยน ความมีชีวิตชีวา และความเชื่อในพลังของผู้คน การไปครั้งนี้ไม่เพียงดึงดูดนักเดินทางคุณภาพจากต่างชาติให้กลับมา แต่ยังปลุกความเชื่อมั่นของคนไทยว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเรากำลังเดินหน้าในทิศทางที่มั่นคง งดงาม และยั่งยืน
เพราะบนเวทีโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องตะโกนดังที่สุด ขอเพียง “พูดด้วยหัวใจที่แท้จริง” โลกก็จะเงี่ยหูฟังเอง
และนั่นคือสิ่งที่ผู้ว่าการ ททท. ทำได้อย่างงดงามใน WTM ปีนี้ นำพา “ศิลปะแห่งการเดินทาง” กลับมาเป็น “พลังแห่งชาติ” อีกครั้ง พร้อมวางรากฐานให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างรายได้มหาศาล และยังคงความงดงามของคำว่า “ไทย” ไว้ในทุกเส้นทางของโลก
