ททท. โปรโมต “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ดันรายได้ท่องเที่ยวปี 69 แตะ 2.8 ล้านล้าน

ททท. โปรโมต “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ดันรายได้ท่องเที่ยวปี 69 แตะ 2.8 ล้านล้าน

ททท.เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Premium Destination” ดันไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน Wellness Tourism เต็มรูปแบบ สอดคล้องนโยบาย Value Over Volume ที่มุ่งสร้างรายได้สูงและยกระดับภาพลักษณ์ มากกว่าการเน้นจำนวนผู้เดินทางแบบเดิม

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า ตลาดเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) และกลุ่ม Longevity กลายเป็นหัวใจใหม่ของยุทธศาสตร์ชาติท่องเที่ยว โดยไทยมีความได้เปรียบเชิงระบบบริการแพทย์และสุขภาพ ทั้งโรงพยาบาลมาตรฐาน JCI มากที่สุดในอาเซียน ราคาบริการถูกกว่าประเทศตะวันตก 30–70% และมีผู้เชี่ยวชาญรองรับทั่วประเทศ ทำให้ปี 2568 คาดรายได้ Health Tourism แตะ 125,000 ล้านบาท

ณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า นักท่องเที่ยวรักษาพยาบาลมีสัดส่วนเพียง 1.74% แต่ใช้จ่ายสูงเฉลี่ยกว่า 107,000 บาท/ทริป มาจากกลุ่มตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่รีสอร์ตชั้นนำปรับตัวลงทุนคลินิกสุขภาพ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งที่ยังมีไม่มากในภูมิภาค

ภาคเอกชนชี้ว่าประเทศไทยยังครองความโดดเด่นด้านสปา นวดไทย และบริการสุขภาพ แต่เตือนรัฐต้องเร่งบริหารความปลอดภัยและรักษาค่าเงินบาทระดับ 34–35 บาทเพื่อคงความสามารถแข่งขัน พร้อมสนับสนุนตั๋วบินในประเทศกระจายสู่เมืองรอง

ททท.กำหนด 5 เศรษฐกิจใหม่เร่งดันรายได้ ได้แก่ Wellness Economy, Sub-culture Economy, Night Economy, Tax-free Economy และ Prompt-pay Economy เพื่อยกระดับโครงสร้างท่องเที่ยวสู่รายได้คุณภาพสูงระยะยาว

ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้รวมการท่องเที่ยว 2.79 ล้านล้านบาท ต่างชาติ 34.9 ล้านคน ขณะที่ปี 2568 รายได้คาด 2.66 ล้านล้าน สะท้อนความท้าทายที่ไทยต้องเร่งสร้างความแตกต่างเพื่อแย่งชิงตลาดคุณภาพในภูมิภาคที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกปี

#ฐาปนีย์เกียรติไพบูลย์ #ททท #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #WellnessTourism #PremiumDestination #TheNewsroom