ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ ททท. กับหมุดหมาย Sustainable Destination ที่กำลังเปลี่ยนอนาคตเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ ททท. กับหมุดหมาย Sustainable Destination ที่กำลังเปลี่ยนอนาคตเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

เมื่อโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคการท่องเที่ยวก็ไม่อาจเดินไปข้างหน้าได้ด้วย “การสร้างดีมานด์” เพียงอย่างเดียว หากปราศจากการปรับตัวสู่ความยั่งยืน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้การนำของ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้กำหนดหมุดหมายสำคัญ นั่นคือการผลักดัน ประเทศไทยสู่การเป็น Sustainable Destination อย่างเต็มรูปแบบ

นี่ไม่ใช่เพียงนโยบายในเชิงภาพลักษณ์ แต่คือการปรับโครงสร้างท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ จากระดับพื้นที่สู่ระดับชาติ และในวันนี้เรากำลังเห็นผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้บนเวทีโลก

ความชัดเจนของนโยบาย “Green Tourism” ภายใต้ผู้นำหญิงแห่งททท.

การขับเคลื่อนของผู้ว่า ฐาปนีย์ ไม่ได้หยุดที่การสร้างแคมเปญการตลาด แต่เป็นการสร้าง “กรอบยุทธศาสตร์” (Framework) ที่เชื่อมโยง 3 องค์ประกอบเข้าด้วยกัน

1. เศรษฐกิจ ยกระดับสินค้าและบริการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้และมูลค่าเพิ่ม

2. สิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยโครงการต้นแบบ เช่น Krabi Prototype, A Hero’s Tale from Lanta Island

3. ชุมชนวัฒนธรรม สร้างอัตลักษณ์และมูลค่าจากรากฐานท้องถิ่น

ทั้งหมดนี้ถูกร้อยเรียงเป็น Thailand Green Tourism Plan 2030 ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การบริหารเชิงนโยบายที่ลึก ไม่ใช่เพียงโครงการสั้น ๆ แบบชั่วครั้งชั่วคราว

.สัมฤทธิ์ที่โลกเห็นและจับต้องได้ที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ คือ 10 แหล่งท่องเที่ยวไทย ได้รับการจัดอันดับเป็น Green Destinations Top 100 Stories 2025 เช่น เกาะลันตา เมืองเก่าน่าน อุทยานราชพฤกษ์ ฯลฯ

Krabi Prototype ถูกยกเป็นโมเดลการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืนที่ขยายผลได้จริง

“คืนบ้านให้ปูเสฉวน” โครงการระดับชุมชนที่กลายเป็นตัวอย่าง Regenerative Tourism สร้างสมดุลชายหาด ลดขยะทะเล และต่อยอดรายได้ท่องเที่ยว

ความสำเร็จเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่คือ “ผลจากแรงผลักดันอย่างต่อเนื่อง” ของททท. ที่ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์กำหนดทิศทางชัดเจน และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น

ในเชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวคือ เครื่องจักรหลัก ที่สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศไทย ข้อมูลจากการวิจัยชี้ว่า นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงมีแนวโน้มเลือกจุดหมายที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนเป็นอันดับแรก

การที่ประเทศไทยสามารถสร้างมาตรฐานและคว้าการรับรองระดับโลก หมายถึง

การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

สร้าง Demand เชิงคุณภาพ ไม่ใช่แค่ปริมาณ นักท่องเที่ยวที่มีกำลังจ่ายสูง

ต่อยอดสู่ Value Economy เพราะทุกโครงการยั่งยืนสามารถสร้าง Storytelling และ Branding ได้ ซึ่งมี “มูลค่าเพิ่ม” เกินกว่าตัวเลขการใช้จ่ายทั่วไป

นั่นหมายความว่า นโยบาย Green Tourism ของททท. กำลังเปลี่ยน “ทรัพยากรธรรมชาติ” ให้กลายเป็น “ทุนทางเศรษฐกิจ” ที่มั่นคงและยั่งยืน

สิ่งที่ต้องชื่นชมคือ ผู้ว่า ฐาปนีย์ ไม่ได้มองการท่องเที่ยวเพียง “วันนี้–พรุ่งนี้” แต่กำลังสร้าง New Paradigm ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอีก 5–10 ปีข้างหน้า

.

จากการตลาด สู่ การสร้างมาตรฐาน

จากภาพลักษณ์ สู่ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

จากการดึงนักท่องเที่ยว สู่ การดึงคุณค่าเพิ่ม (Value Extraction)

นี่คือการมองการท่องเที่ยวเป็น “เศรษฐกิจสีเขียว” ที่มีทั้ง Soft Power และ Hard Value และเป็นการยืนยันว่า Sustainable Destination ไม่ใช่คำหรูหราในแผ่นกระดาษ แต่คือกลไกการสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคง

การประชุม Green Destinations Global Conference 2025 ณ เมืองมงต์เปลลิเยร์ แคว้นอ็อกซิตานี ประเทศฝรั่งเศส คือเวทีที่พิสูจน์แล้วว่า ประเทศไทยไม่เพียงแต่เข้าร่วม แต่กำลังเป็นผู้นำ

และสิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะการขับเคลื่อนนโยบายของ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่กำหนดชัดเจนว่า การท่องเที่ยวไทยต้องก้าวข้ามจาก “Demand-driven” สู่ “Future-driven”

ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมา คือ เม็ดเงินมหาศาล มูลค่าเพิ่มมหาศาล และความมั่นคงยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่จะกลายเป็นเครื่องจักรหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติในทศวรรษต่อจากนี้ไป

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #amazingthailand #GreenDestinationsGlobalConference2025 #GreenDestinations2025 #Montpellier #France #ฐาปนีย์เกียรติไพบูลย์ #TheNewsroom