
“รัฐธรรมนูญ 40 จากการก้าวไปข้างหน้า สู่ข้อเสนอที่อยากให้ถอยหลัง”
หากย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ไม่ได้โผล่ขึ้นมาจากอากาศว่างเปล่า
แต่มันคือผลผลิตจาก การรัฐประหารหลายครั้ง การฉีกกฎหมายสูงสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และความเจ็บปวดของประชาชน ที่อยากได้ “กติกาที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด”
หลังผ่านรัฐธรรมนูญมาแล้วนับสิบฉบับ รัฐประหารมานับครั้งไม่ถ้วน รัฐธรรมนูญปี 40 จึงถูกเรียกว่า “ฉบับประชาชน” เพราะมีส่วนร่วมกว้างขวางที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
แต่ในวันนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย กลับเสนอให้ประเทศ “หยิบฉบับปี 40 ขึ้นมาใช้ไปพลาง ๆ” ราวกับว่าเวลาที่ผ่านมากว่า 2 ทศวรรษคือการเดินวนในอ่าง
สิ่งที่เขาเสนอจึงไม่ใช่การปฏิรูป แต่คือการพาประเทศถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้น และมันไม่ต่างอะไรกับการประกาศว่า “ประเทศไทยที่ผ่านรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ และผ่านการรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย”
ข้อเสนอของภูมิธรรมฟังดูสวยหรูว่าเป็นการ “รีเซ็ต” ระบบการเมือง แต่ในความเป็นจริงคือการทำให้ประเทศย้อนศร ถอยหลังเข้าคลอง
เพราะรัฐธรรมนูญปี 40 เองก็ล้มลงเพราะการรัฐประหารปี 2549 เมื่อคุณหยิบฉบับนั้นขึ้นมาใช้อีกครั้ง
เท่ากับยอมรับเงื่อนไขของคณะรัฐประหารที่เคยฉีกมันทิ้ง นั่นหมายความว่า คุณไม่ได้สร้างประชาธิปไตยใหม่ แต่คุณกำลังเอา ซากของประชาธิปไตยที่เคยถูกฆ่า มาปลุกเป็นผีการเมืองอีกครั้ง
รัฐธรรมนูญไทยถูกเขียนใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นบันทึกแห่งบาดแผล มากกว่าเป็นกติกาที่มั่นคงของชาติ
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้
ประเทศไทยควรเดินหน้าไปหากติกาที่มั่นคงและร่วมสมัยยิ่งขึ้น
แต่สิ่งที่ ภูมิธรรม เวชยชัย เสนอ คือให้หยิบรัฐธรรมนูญปี 40 ขึ้นมาใช้ “ไปพลางก่อน” ระหว่างรอการยกร่างใหม่โดย สสร.
ฟังดูเหมือนจะเป็นทางออก แต่แท้จริงคือการบอกให้ประเทศถอยหลังกลับไปเกือบ 30 ปี ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นเองก็เคยถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถคงอยู่ได้
ข้อเสนอนี้สะท้อนวิธีคิดทางการเมืองที่อันตราย
เพราะการปฏิรูปไม่ใช่การ “เอาของเก่ามาปัดฝุ่น” แต่คือการสร้างกติกาที่ใหม่กว่า มั่นคงกว่า และสอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน
การเสนอให้รีเซ็ตด้วยการย้อนกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 40 จึงไม่ต่างอะไรกับการประกาศว่า ประเทศไทยไม่ได้เรียนรู้อะไรจากบทเรียนรัฐประหารและความล้มเหลวที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน
ในขณะที่ประชาคมโลกกำลังวิ่งไปข้างหน้า พัฒนากฎหมายและสถาบันการเมืองให้ทันสมัย
เรากลับได้ยินข้อเสนอที่เหมือนจะบอกให้เราถอยหลังเข้าคลอง
ประชาชนไทยไม่ได้ต้องการเครื่องย้อนเวลา แต่ต้องการความก้าวหน้าที่จะพาประเทศออกจากวงจรฉีก เขียน ฉีกไปเรื่อย ๆ
หากนี่คือคำตอบของผู้นำการเมืองในวันนี้
ก็เท่ากับเป็นการประกาศว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมจะเดินสู่อนาคต ยังพัวพันกับอดีตที่ไม่ยอมตัดใจ และประชาชนก็ต้องแบกรับผลจากการ “วนซ้ำ” ทางการเมืองไปไม่รู้จบ
#รัฐธรรมนูญ40 #การเมืองไทย #ภูมิธรรมเวชยชัย #รัฐธรรมนูญประชาชน #ถอยหลังเข้าคลอง #วงจรการเมือง #อนาคตประชาธิปไตย
