
“เมื่อคนไทยอยากได้นายกฯ นักธุรกิจรุ่น Gen X… ใครล่ะจะตอบโจทย์ได้มากกว่า ภูมิใจไทย?”
ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยเปราะบางกว่าที่เคย และประชาชนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ไม่ใช่ความสุดโต่งในรูปแบบเดิมๆ
นิด้าโพลก็ได้เผยผลสำรวจชุดใหม่ภายใต้หัวข้อ “สนใจไหม นายกใหม่ พรรคการเมืองใหม่” ซึ่งชี้อย่างชัดเจนว่า คนไทยต้องการผู้นำประเทศคนต่อไปที่มีคุณลักษณะ “กล้าคิด กล้าทำ แต่ไม่หักด้ามเรือ”
และมีภูมิหลังแบบ นักธุรกิจรุ่น Gen X มากกว่า นักการเมืองมืออาชีพ หรือ ทหารอาชีพ เสียอีก
ผลสำรวจชี้ชัดว่า
อันดับหนึ่ง ของอาชีพที่ประชาชนต้องการให้เป็นนายกรัฐมนตรีคือ นักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ (ร้อยละ 32.44)
ตามมาด้วย ทหาร (24.05)
และ นักการเมืองอาชีพ (19.54)
ซึ่งหากตีความจากมิติความเชื่อมั่นของประชาชน ย่อมหมายถึงการหันไปหาผู้นำที่ “มีประสบการณ์จริง” ในการบริหารองค์กรระดับมหภาคมากกว่าการยึดโยงกับระบบราชการหรือนักการเมืองสายอุดมการณ์ล้วน
ขณะเดียวกัน การเลือก ช่วงอายุ ที่เหมาะสมสำหรับผู้นำประเทศก็ยิ่งยืนยันจุดนี้
เพราะถึง 65.57% ของประชาชน ระบุว่าอยากได้นายกรัฐมนตรีรุ่น Gen X (อายุ 45–60 ปี) มากกว่าผู้นำรุ่นเก่าหรือคนรุ่นใหม่ Gen Y ที่อาจยังขาดความเก๋าเกมทางการเมือง
การเมืองไทยในเวลานี้ไม่ได้ต้องการแค่พลังของคนหนุ่มสาว
หากแต่ต้องการ “สมดุลระหว่างประสบการณ์กับวิสัยทัศน์ใหม่” ซึ่งมีอยู่ใน Gen X อย่างเต็มเปี่ยม
น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถามถึงแนวโน้มในการ เลือกพรรคการเมืองใหม่ ที่ยังไม่มี ส.ส.ในสภาชุดปัจจุบัน ประชาชนถึง ร้อยละ 31.76 ยืนยันว่าจะเลือกแน่นอน และอีก 32.21 มีแนวโน้มจะเลือก ซึ่งรวมแล้วเกือบ สองในสามของผู้ตอบแบบสอบถาม ต่างเปิดใจให้กับพรรคใหม่ หากพรรคนั้นสามารถตอบโจทย์ประชาชนได้จริง
ในบริบทนี้ พรรคภูมิใจไทยอาจไม่ใช่พรรค “ใหม่ในทะเบียนพรรค”
แต่กลับเป็นพรรคที่มีจุดยืน “ใหม่ในวิธีคิด” เสมอมา
เป็นพรรคกลางที่ ไม่เลือกฝั่งประชาธิปไตยสุดโต่งหรืออำนาจนิยมสุดขั้ว
และมีผู้นำที่เป็น นักธุรกิจ Gen X เต็มตัว อย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้มีประสบการณ์บริหารระดับประเทศ และเข้าใจโครงสร้างการลงทุน-เศรษฐกิจในฐานะอดีตผู้บริหารเครือธุรกิจใหญ่มาก่อน
ภูมิใจไทยจึงอยู่ในจุด “พอดีในสามมิติ” นั่นคือ
พอดีในวัยวุฒิ (Gen X)
พอดีในภูมิหลัง (นักธุรกิจที่เข้าใจระบบราชการ)
พอดีในจุดยืน (พรรคกลางที่ไม่ติดล็อกทางอุดมการณ์)
แม้จะไม่ใช่ “พรรคใหม่ในทะเบียน” แต่ในสายตาของประชาชนจำนวนมาก
โดยเฉพาะผู้ที่เบื่อหน่ายกับขั้วอำนาจเดิม
ภูมิใจไทยกลับ “ใหม่ในความสามารถ” และ “ใหม่ในความกล้าตัดสินใจ” ยิ่งกว่าใครในสนามการเมืองปัจจุบัน
หากพรรคนี้ขยับไปสู่บทบาทนำหลังเปลี่ยนขั้วอำนาจ หรือแม้แต่การเลือกตั้งในอนาคต
ก็คงไม่เกินจริงนักหากจะกล่าวว่า พวกเขากำลัง “เป็นไปตามเสียงโพล” และอาจจะกลายเป็นตัวเลือกที่ประชาชนหลายคน “ไม่ได้ตั้งใจจะเลือก… แต่เหมาะสมที่สุดที่จะบริหาร”
