
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ถึงทิศทางอุตสาหกรรมไทย โดยย้ำว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องไม่แลกกับปัญหามลพิษ พร้อมเร่งจัดการกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย หลังพบว่ากฎหมายบางฉบับมีโทษปรับสูงสุดเพียง 200,000 บาท ซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะยับยั้งผู้กระทำผิด
กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างแก้ไข พ.ร.บ.โรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์ และผลักดันโทษปรับระดับหลักสิบล้านบาท เพื่อให้การทำผิดไม่คุ้มค่ากว่าการกำจัดของเสียอย่างถูกต้อง
ขณะเดียวกัน เตรียมรับมือขยะจากเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถ EV ด้วยแนวคิดจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิลที่มีระบบควบคุมและบำบัดของเสียอย่างเป็นระบบ โดยแบตเตอรี่บางส่วนสามารถนำกลับมาปรับสภาพใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ส่วนที่หมดสภาพต้องกำจัดอย่างปลอดภัย
ด้านภาคเกษตร กระทรวงผลักดันแนวคิด “AI ยกกำลัง 2” นำเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แปรรูป และหาตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว อ้อย และผลผลิตอื่น ๆ พร้อมหารือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงใน 4 ภาคทั่วประเทศ
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ นายวราวุธย้ำว่าไทยจะไม่มุ่งสู่รถ EV เพียงทางเดียว แต่เปิดรับทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป รถไฮบริด PHEV รถไฟฟ้า BEV และเทคโนโลยีไฮโดรเจน พร้อมช่วยเหลือ SME และผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ปรับตัวด้วยเงินทุนและองค์ความรู้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและการจ้างงาน
นอกจากนี้ กระทรวงยังสนับสนุนให้โรงงานยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและพัฒนาไปสู่ Green Industry โดยย้ำว่าอุตสาหกรรมต้องเติบโตควบคู่กับการดูแลชุมชน หากได้รับผลกระทบจากโรงงาน น้ำเสีย หรือมลพิษ สามารถแจ้งสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1564 ได้ตลอดเวลา
#วราวุธศิลปอาชา#กระทรวงอุตสาหกรรม#ขยะอุตสาหกรรม#รีไซเคิล#AIภาคเกษตร#SMEไทย#อุตสาหกรรมยานยนต์#EV#GreenIndustry#TheNewsroom
