ท่องเที่ยวไทยโค้งท้ายปี ต้องเปลี่ยน “เหตุผลที่อยากมา” ให้เป็น “รายได้ที่ถึงมือคนไทย”

ดิฉันมองว่า โจทย์ท่องเที่ยวไทยวันนี้ซับซ้อนขึ้น เพราะนักเดินทางเปรียบเทียบทั้งราคา ประสบการณ์ และความคุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อเงินบาทแข็ง การทำให้ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายที่คนยอมจ่าย จึงต้องอาศัยมากกว่าชื่อเสียงที่สะสมมา
ททท. ตั้งเป้าประคองนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ให้แตะประมาณ 33 ล้านคน พร้อมใช้กิจกรรมและเทศกาลช่วงปลายปีสร้างแรงดึงดูด ขณะที่ยอดจองตลาดระยะไกลจากยุโรปและอเมริกามีสัญญาณดี อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 9 เดือนแรกยังสะท้อนความท้าทาย ทั้งจำนวนต่างชาติและรายได้ที่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เป้าปลายปีจึงยังต้องลงแรงอีกมาก
ในมุมเศรษฐกิจ การจัดอีเวนต์มีคุณค่าเมื่อทำให้เกิดการตัดสินใจเดินทางจริง พักเพิ่มอีกคืน รับประทานอาหารเพิ่มอีกมื้อ และซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการในพื้นที่ เงินจึงจะหมุนต่อจากโรงแรมไปถึงร้านอาหาร คนขับรถ และชุมชน
นี่คือเหตุผลที่ดิฉันเห็นด้วยกับการที่ ททท. ใช้ปฏิทินกิจกรรมสร้างความน่าสนใจให้ประเทศไทย เพราะเทศกาลที่มีเอกลักษณ์สามารถเพิ่มเหตุผลให้คนเลือกมา และช่วยให้แต่ละพื้นที่มีโอกาสนำเสนอจุดแข็งของตนเอง
แต่สิ่งที่ควรเดินคู่กันคือการวัดผลให้ถึงระดับรายได้ ทั้งค่าใช้จ่ายต่อคน ระยะเวลาพำนัก และสัดส่วนประโยชน์ที่ตกถึงธุรกิจท้องถิ่น เพื่อให้รู้ว่ากิจกรรมใดสร้างผลตอบแทนคุ้มค่า และควรต่อยอดอย่างไร
สำหรับดิฉัน ความสำเร็จของท่องเที่ยวไทยจะชัดที่สุด เมื่อผู้ประกอบการมีรายรับเพิ่ม คนทำงานมีรายได้มั่นคง และชุมชนมีโอกาสเติบโตจากการต้อนรับผู้มาเยือน
เป้าหมาย 33 ล้านคนจึงเป็นหมุดหมายสำคัญ ส่วนคุณภาพของรายได้ที่เกิดขึ้น จะเป็นคำตอบว่าการท่องเที่ยวช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยได้มากเพียงใด
บทความ ณิชาภา อภิญญานนท์
#เศรษฐกิจท่องเที่ยว #ททท #ท่องเที่ยวไทย